กดสิว ดีจริงไหม ทำอย่างไรให้ถูกวิธี ?

กดสิว เป็นขั้นตอนการรักษาที่ช่วยให้สิวหายเร็วขึ้น ลดการเกิดสิวใหม่ และช่วยป้องกันสิวอุดตันพัฒนาไปเป็นสิวอักเสบ ซึ่งมีความรุนแรงขึ้นและอาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นในภายหลังได้ แม้ว่าการกดสิวจะ ช่วยกำจัดสิวอุดตัน ได้ แต่ในขณะเดียวกันก็อาจเสี่ยงเกิดอาการอักเสบที่รุนแรงขึ้น ดังนั้น ควรศึกษาวิธีกดสิวที่ถูกต้องและปลอดภัยก่อนตัดสินใจทำ ทั้งการกดสิวโดยแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและการลงมือทำด้วยตนเอง เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อ เป็นรอยดำ รอยหลุม หรือรอยแผลเป็น

กดสิว

กดสิว เป็นอย่างไร ?

การกดสิวเป็นการบีบผิวบริเวณที่เป็นสิว แล้วใช้เข็มหรืออุปกรณ์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อเจาะผิวหนังให้หนอง ของเหลว หรือสิ่งที่อุดตันอยู่ภายในสิวไหลออกมา แม้ทำให้สิวหาย แต่การกดสิวอาจเสี่ยงทำให้สิ่งสกปรกและแบคทีเรียซึมลึกสู่ผิวหนัง เพราะแบคทีเรียจากของเหลวในสิวอาจกระเด็นไปสัมผัสผิวหน้าส่วนอื่น จนทำให้ผิวบริเวณนั้นเกิดสิวขึ้นได้ หรืออาจมีแบคทีเรียสะสมที่มือแล้วนำมือไปสัมผัสใบหน้า จนเป็นเหตุให้สิวเกิดการอักเสบรุนแรง มีอาการบวมแดง ติดเชื้อ และอาจเป็นรอยแผลลึกที่รักษาได้ยาก

กดสิว เหมาะกับสิวประเภทใด ?

การกดสิวจะมีประสิทธิภาพดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับชนิดของสิวด้วย ส่วนใหญ่การกดสิวจะได้ผลดีกับสิวอุดตันมากที่สุด ทั้งสิวหัวดำและสิวหัวขาว ซึ่งสิวเหล่านี้จะอุดตันบนใบหน้า ทำให้ผิวหน้าขรุขระไม่เรียบเนียน

อย่างไรก็ตาม แพทย์ผิวหนังจะกดสิวต่อเมื่อรักษาสิวด้วยวิธีอื่น เช่น การรับประทานยา หรือการใช้ยาแต้มสิวแล้วรักษาไม่ได้ผล โดยแพทย์จะหลีกเลี่ยงการกดสิวอักเสบ เช่น สิวมีหนอง สิวผด หรือสิวอุดตันที่อยู่ใกล้สิวอักเสบ รวมถึงอาจหลีกเลี่ยงการกดสิวให้กับผู้สูงอายุ และผู้ที่ใช้ยาทาสิวที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์

กดสิวโดยแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ

แพทย์ผิวหนังหรือผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดีจะสามารถกดสิวได้อย่างถูกวิธีและปลอดภัย โดยในขั้นตอนของการกดสิว ผู้เชี่ยวชาญจะสวมถุงมืออนามัยเพื่อป้องกันแบคทีเรียที่สะสมอยู่บนฝ่ามือสัมผัสกับใบหน้า จากนั้นจึงใช้นิ้วบีบผิวบริเวณที่เป็นสิวขึ้นมา ใช้เข็มที่ผ่านการฆ่าเชื้อเจาะหัวสิวให้เปิด แล้วใช้เครื่องมือกดสิวกดลงบนบริเวณที่เป็นสิวเบา ๆ เพื่อให้หัวสิวและของเหลวภายในสิวหลุดออกมา

กดสิวด้วยตนเอง

แม้การกดสิวจะเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำด้วยตนเอง เพราะหากขาดความชำนาญหรือใช้เครื่องมือที่ไม่สะอาดเหมาะสม อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อและทำให้สิวอักเสบรุนแรงได้ แต่หากต้องการกดสิวด้วยตนเอง สามารถศึกษาและทำตามวิธีที่ถูกต้องได้ ดังนี้

  • เริ่มจากล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำอุ่นและสบู่
  • ใช้ครีมผลัดเซลล์ผิวที่มีส่วนผสมของเอนไซม์ทาลงบนบริเวณที่เป็นสิวอุดตัน แต่ต้องมั่นใจว่าสิวที่จะกดเป็นสิวอุดตันเต็มที่แล้ว
  • จากนั้นใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นวางลงบนบริเวณที่เป็นสิว แล้วนวดเบา ๆ เพื่อให้เซลล์ผิวหนังลอกออก
  • ห่อนิ้วมือด้วยกระดาษทิชชู่เพื่อป้องกันแบคทีเรียบนฝ่ามือสัมผัสกับใบหน้า จากนั้นใช้นิ้วมือทั้ง 2 ข้างหรือสำลีก้านดันผิวหนังบริเวณที่ใกล้กับสิวจนหัวสิวหลุดออกมา หากกดสิวแล้วหัวสิวไม่หลุดออกมาโดยง่าย ให้หยุดกดสิวจุดนั้น
  • หลังกดสิว ให้เช็ดทำความสะอาดบริเวณรอยสิว แล้วทาโลชั่นที่มีส่วนผสมของสังกะสีออกไซด์สำหรับสิวหัวขาว และใช้มาสก์โคลนสำหรับสิวหัวดำ

ข้อดีและข้อเสียของการกดสิว

โดยปกติแล้ว การกดสิวจะปลอดภัยหากทำอย่างถูกวิธีโดยแพทย์ผิวหนังหรือผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการฝึกมาเป็นอย่างดี ทำในสถานที่ที่สะอาด และใช้เครื่องมือที่เหมาะสม ซึ่งการรักษาสิวด้วยวิธีนี้จะช่วยกำจัดสิวอุดตันให้หายเร็วขึ้น และช่วยป้องกันการเกิดสิวใหม่หากใช้วิธีอื่น ๆ ในการดูแลผิวหน้าร่วมด้วย เช่น การล้างหน้าและดูแลผิวหน้าให้สะอาดอยู่เสมอ

อย่างไรก็ตาม การกดสิวที่ไม่ถูกวิธี ไม่รักษาความสะอาดให้ดี รวมถึงการแกะหรือบีบสิวอาจทำให้ปัญหาสิวแย่ลง อาจเสี่ยงติดเชื้อแบคทีเรียจนเกิดการอักเสบ และอาจเกิดรอยแผลเป็นจากสิวได้ ดังนั้น หากต้องการกดสิว ทางที่ดีที่สุด คือ ไปพบแพทย์ผิวหนังหรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อป้องกันการติดเชื้อและการเกิดปัญหาผิวหนังต่าง ๆ ตามมา

ข้อเสียของการกดสิว

การกดสิวอาจได้รับผลกระทบในทางลบต่างๆดังนี้

  1. อาจทำให้เกิดการอักเสบ
  2. อาจทำให้เป็นรอยแดง
  3. อาจทำให้เกิดรอยดำ

ข้อดีของการกดสิว

การกดสิวมีข้อดีดังนี้

  1. สามารถกำจัดสิวอุดตันได้อย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับการกินยาและทายา
  2. ไม่เกิดการเเพ้ยา หรือผลข้างเคียงจากการทายาหรือกินยา
  3. ช่วยให้สิวอักเสบที่มีหัวและหนองหายเร็วขึ้น
  4. ในกรณีที่ต้องการฉีดสิวที่เป็นหนองและมีหัว ถ้าไม่กดเอาหัวสิวออกก่อนฉีดสิว โอกาสสิวยุบจะน้อยกว่า 50%
  5. เป็นการลดโอกาสการเกิดสิวอักเสบ
  6. ทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้น

วิธีการรักษาสิวมีหลากหลายวิธี หนึ่งในนั้นคือการ “กดสิว” ที่ยังเป็นคำถามค้างคาใจว่า ตกลงควรทำดีไหม ทำไมหลายๆคำแนะนำบอกว่าไม่ควรกด แต่คลินิกรักษาผิวก็ยังบอกให้กดออกเสียจะได้หายไวๆ

การกดสิวเป็นการบีบผิวแล้วใช้เข็มปลอดเชื้อเจาะให้หนองหรือสิ่งอุดตันไหลออก แม้จะทำให้สิ่งอุดตันหายแต่ก็มีโอกาสที่แบคทีเรียจะเข้าไปทำร้ายผิวจนสิวอักเสบขึ้นมาอีกได้จากมือเรา หรือจากฝุ่นละอองมลภาวะ ดังนั้นสิวที่มักจะแนะนำให้กดออกจึงเป็นสิวแค่บางประเภท

การกดสิวจะมีผลดีกับสิวอุดตันมากที่สุด ทั้งสิวหัวดำและสิวหัวขาวที่ทำให้ลูบไล้ใบหน้าแล้วรู้สึกผิวขรุขระไม่เรียบ การกดสิวแนะนำให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นคนกดจะปลอดภัยกับผิวหน้ามากกว่าเพราะถูกวิธีและมีอุปกรณ์ที่ดีกว่าการกดด้วยตัวเอง

หากใครต้องการกดสิวอุดตันเอง ก็ควรใช้เครื่องมือที่สะอาด เช็ดด้วยแอลกอฮอล์ก่อน และไม่บีบ แกะสิวจนเป็นแผลมากเกินไป หลังกดสิว เช็ดทำความสะอาดผิวให้เรียบร้อย ไม่นำมือไปแกะสิวอีกหลังกดสิวแล้วและไม่ควรใช้สครับ

ถ้าไม่อยากกดสิวต้องทำอย่างไร
ยังมีอีกหลายวิธีกำจัดสิวอุดตัน เราสามารถใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับกำจัดสิวอุดตันโดยเฉพาะได้ ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้จะช่วยทำให้สิวอุดตันแห้งและหลุดออกง่ายขึ้น Pan Dermacare Comedone Control gel เจลสำหรับผู้มีปัญหาสิวอุดตัน ช่วยลดการเกิดสิวอุดตันที่มาจากความมันส่วนเกินและสิ่งสกปรกอุดตันผิว ดูแลปัญหาสิวอุดตันอย่างได้ผล ใช้หลังล้างหน้าก่อนลงครีมบำรุง

Pan Dermacare Anti Comedone lotion โลชั่นสำหรับผู้มีปัญหาสิวอุดตัน ช่วยลดการอุดตันของไขมันในรูขุมขน ทำให้เกิดสิวอุดตันน้อยลง ผิวหน้าเรียบเนียนไม่เกิดสิวใหม่

การกดสิวเป็นเพียงการรักษาที่ปลายเหตุ มีข้อเสียคือสิวที่กดออกมาไม่หมดมีโอกาสเกิดการอักเสบได้ง่ายหากไม่ดูแลรักษาให้ดี และอาจเกิดสิวอุดตันซ้ำๆได้อีก ดังนั้นควรดูแลผิวไม่ให้เกิดการอุดตันเป็นหลัก ด้วยการทำความสะอาดผิวให้หมดจดเป็นประจำทุกวัน ไม่ใช้เครื่องสำอางหรือสกินแคร์ที่เสี่ยงต่อการอุดตันผิว ลดการรับประทานอาหารหวานมันมาก และใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันสิวอุดตัน (Comedone) เป็นประจำ

กดสิว คือการรักษาสิววิธีหนึ่ง โดยการนำหัวสิวและหนองออกจากสิว(ถ้ามีหนอง) มีวิธีการดังนี้

  1. การเปิดรูสิว อาจจะไช้เข็มเจาะ หรือ เลเซอร์เจาะ ควรเปิดรูสิวก่อนกดสิวเสมอเพื่อให้หัวสิวหลุดออกง่าย ไม่ต้องบีบเค้นมากนัก การบีบเค้นมากๆ อาจนำไปสู่การอักเสบและรอยแดงตามมาภายหลัง
  2. การกดหรือบีบสิวออกมา โดยใช้ด้ามกดสิวแบบต่างๆ หรือ ใช้ไม้พันสำลี 2 ก้านบีบสิวออกมา ขึ้นอยู่กับเทคนิคของแต่ละคน

การกดสิวไม่ใช้เรื่องยาก แต่มีข้อควรระวังได้แก่

  • ความสะอาด ผู้กดสิวควรสวมถุงมือหรือล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนการกดสิว ร่วมกับทำความสะอาดใบหน้าที่กำลังจะกดสิวให้สะอาดเพื่อป้องกันไม่ให้แผลที่กดสิวติดเชื้อจากภายนอก
  • ระหว่างกดสิวควรระมัดระวังไม่ให้หัวสิวและหนองเลอะเทอะไปบริเวณอื่น เพราะจะทำให้เชื้อโรคลุกลาม
  • การกดสิวควรกดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หรือ พนักงานที่ผ่านการฝึกอบรมมาแล้ว เนื่องจากการกดสิวที่ผิดวิธีทำให้หัวสิวออกไม่หมด เกิดการอักเสบติดเชื้อรุนแรงตามมาได้
  • ควรพบแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนกดสิวเสมอว่าสิวที่เป็นสามารถกดได้หรือไม่ สิวบางชนิดอาจจะต้องใช้เวลาให้สุกก่อนจะกดออกมา
  • สิวหัวดำและสิวหัวขาวบางประเภทอาจจะต้องทายากลุ่ม benzoyl peroxide ก่อนกดเพื่อให้รูสิวเปิด และกดออกง่ายไม่ช้ำมาก
  • หลังจากกดสิวเสร็จ จะต้องมีการทายาฆ่าเชื้อ ลดการอักเสบ และยาละลายหัวสิวต่อเนื่อง และนัดติดตามผลหลังกดสิวอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • สิวที่ไม่ควรกดได้แก่ สิวหัวช้าง สิวผด สิวสเตียรอยด์

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *