การตกแต่งสไตล์โมเดิร์น

ออกแบบบ้านสไตล์โมเดิร์น ใคร ๆ ก็สร้างได้

การตกแต่งสไตล์โมเดิร์น ยังเน้นที่ความเรียบง่าย ไม่นิยมการตกแต่ง ที่มากเกินความพอดี โดยให้ความสำคัญ กับการเลือกใช้พื้นผิวที่มีความเป็นธรรมชาติ อีกทั้งแต่ละพื้นที่ต้องมีประโยชน์ในการใช้สอย ด้วยเหตุนี้คำว่า Modern แปลว่า สิ่งใหม่ จึงถูกนำมานิยามการตกแต่งสไตล์นี้เพื่อสื่อถึงความทันสมัย

บ้านสไตล์โมเดิร์นเป็นการก่อสร้างที่ได้รับอิทธิพลมาจากช่วงยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมในศตวรรษที่ 18 โดยในช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ผู้คนให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า โดยจะลดการใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ไม่มีความจำเป็นสำหรับการก่อสร้าง และเพื่อเป็นการลดความฟุ่มเฟือยจึงได้มีการนำรูปทรงของเรขาคณิตมาเป็นแบบของโครงสร้าง

การตกแต่งสไตล์โมเดิร์น รูปทรงของแบบสไตล์โมเดิร์นเป็นแบบไหน

บ้านทรงโมเดิร์นมักเน้นที่ประโยชน์ใช้สอยในบ้านเป็นหลัก การออกแบบตามรูปทรงเลขาคณิตจึงเข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมาก เพราะช่วยให้บ้านเป็นสัดส่วนใช้งานได้อย่างเต็มที่ รวมถึงมีจุดเด่นที่หลังคาแบบพื้นเรียบ หรือหลังคาเพิงแหงนที่ต่างจากหลังคาหน้าจั่วทั่วไป ทำให้ภาพรวมของบ้านดูไม่มาก หรือน้อยจนเกินไป

1. บ้านสไตล์โมเดิร์น เรียบง่ายแต่มีลูกเล่น

เพิ่มความสวยงามให้กับบ้านทรงโมเดิร์นธรรมดา ๆ ได้ด้วยการใส่รูปทรงเลขาคณิตแปลกตาเข้าไป แล้วเลือกใช้สีที่ดึงดูดตา ก็ช่วยให้บ้านโมเดิร์นธรรมดาทั่วไปที่เห็นได้ในหมู่บ้านจัดสรรดูมีเอกลักษณ์มากขึ้นได้

2. บ้านสไตล์โมเดิร์น รูปทรงแปลกตา

แน่นอนว่าบ้านแบบโมเดิร์นนั้นเน้นที่รูปทรงเลขาคณิต แต่สำหรับใครที่ชอบความแตกต่างสามารถออกแบบบ้านให้มีมากกว่าสามเหลี่ยม หรือสี่เหลี่ยม และยังสามารถออกแบบให้ระเบียงบ้านยื่นออกมาจากตัวบ้านแทนการใช้กันสาดบังแดดก็ได้เช่นกัน ซึ่งการออกแบบเช่นนี้จะได้ทั้งความสวยงาม และประโยชน์ใช้สอยอย่างเต็มเปี่ยม

3. บ้านสไตล์โมเดิร์น เข้ากับธรรมชาติ

บ้านสไตล์โมเดิร์นไม่จำเป็นต้องตั้งอยู่ในเมืองเท่านั้น หลาย ๆ คนจึงเคยเห็นบ้านพักอากาศสไตล์ Modern ตามภูเขา หรือชายทะเลอยู่บ่อยครั้ง โดยการสร้างบ้านสไตล์นี้ในพื้นที่ธรรมชาติก็ควรเลือกใช้วัสดุที่ดูกลมกลืนกับธรรมชาติ เช่น ไม้ และควรเลือกใช้สีที่ไม่ฉูดฉาดจนเกินไป เช่น สีขาว สีดำ สีน้ำตาล เป็นต้น

4. บ้านสไตล์โมเดิร์นเน้นแสงสว่าง

รูปแบบบ้านโมเดิร์นที่แสงสว่างเข้าถึงได้มาก เป็นอีกไอเดียที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะการสร้างบ้านแบบนี้ เป็นบ้านพักตากอากาศ เพราะหน้าต่างรอบ ๆ บ้านจะทำให้เห็นทิวทัศน์ได้อย่างเต็มที่ รวมถึงในช่วงกลางคืนหากเลือกใช้ไฟโทนสีส้ม หรือเหลืองก็ทำให้ตัวบ้านดูอบอุ่นยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามบ้านแบบนี้ก็ควรสร้างในพื้นที่ที่ไม่ติดกับคนอื่นมากเกินไป เพื่อความเป็นส่วนตัว

5. บ้านสไตล์โมเดิร์นสไตล์บ้านไม้

บ้านโมเดิร์นไม่จำกัดแค่การฉาบคอนกรีตเรียบแล้วทาสีเท่านั้น แต่ยังสามารถเลือกใช้วัสดุอื่น ๆ ได้เช่นกัน เช่น การออกแบบบ้านตามรูปทรงเลขาคณิตแล้ว เลือกใช้ไม้ระแนงตกแต่งแทนการทาสี และเลือกใช้รั้วต้นไม้ แทนการทำรั้วคอนกรีต เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้บรรยากาศบ้านดูเป็นมิตรแต่ยังคงความเป็นส่วนตัวได้ดี

6. บ้านสไตล์โมเดิร์นแบบผสมผสาน

หากใครที่ตัดสินใจไม่ได้ว่าชอบวัสดุประเภทไหน หรือรูปทรงแบบไหนมากที่สุด ก็สามารถผสมผสานทุกอย่างเข้าด้วยกันได้ เพราะการออกแบบสไตล์นี้เน้นที่รูปทรงเลขคณิต หากนำมาจับคู่กันโดยเลือกใช้สีให้เหมาะสม ไม่ว่าจะออกแบบอย่างไรก็สามารถอยู่ด้วยกันได้อย่างลงตัว

7. บ้านสไตล์โมเดิร์นสีสันสดใส

แม้ว่าบ้านทรงโมเดิร์นจะเน้นที่ความเรียบง่าย และไม่ตกแต่งมากจนเกินไป แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการเลือกใช้สีสันจะลดความสวยงามของบ้านสไตล์นี้ลงไปได้ สำหรับผู้ที่ต้องการตกแต่งด้วยสีสัน ควรให้ความสำคัญกับการเลือกใช้คู่สีที่เข้ากันมากที่สุด โดยเลือกใช้สีขาวเป็นสีหลัก

ใครที่กำลังปรับปรุงบ้าน หรือต้องการสร้างบ้านใหม่แบบสไตล์โมเดิร์น ควรรู้ สิ่งที่ต้องคำนึงก่อนการปรับปรุง และสร้างบ้านเพื่อตอบโจทย์การใช้งาน และความสวยงาม

สิ่งที่ควรคำนึงถึงก่อนสร้างบ้านสไตล์โมเดิร์น

แบบบ้านสองชั้นสไตล์โมเดิร์น การตกแต่งสไตล์โมเดิร์น
แบบบ้านสองชั้นสไตล์โมเดิร์น การตกแต่งสไตล์โมเดิร์น

1. สำรวจพื้นที่โดยรอบ
สำรวจพื้นที่ที่จะสร้างบ้าน

ควรสำรวจพื้นที่ที่จะสร้างบ้าน และบริเวณโดยรอบก่อนจะเริ่มออกแบบบ้าน เพราะพื้นที่จะส่งผลต่อรูปร่าง และขนาดบ้านโดยตรง ส่วนการสำรวจบริเวณโดยรอบว่าอยู่ติดกับอะไรหรือพื้นที่จะถูกพัฒนาเป็นอะไรได้บ้างในอนาคต การสำรวจจะช่วยเตรียมพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ในอนาคต และออกแบบได้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น

2. สร้างให้เข้ากับสภาพอากาศ
บ้านทรงโมเดิร์น กับธรรมชาติ

สิ่งที่จะขาดไม่ได้เลยในการสร้างบ้านทรงโมเดิร์น คือ การออกแบบให้เข้ากับสภาพอากาศร้อนของประเทศไทย เนื่องจากบ้านสไตล์นี้มีจุดเริ่มต้นจากประเทศฝั่งตะวันตกที่มีอากาศหนาวจึงต้องออกแบบบ้านเพื่อป้องกันความหนาว ดังนั้นจึงต้องปรับรูปแบบบ้านให้เข้ากับอากาศด้วย เช่น ออกแบบให้เพดานสูงขึ้น ติดตั้งช่องลมให้อากาศถ่ายเทให้ดี หรือเลือกใช้สีทาบ้านที่สะท้อนความร้อนเพื่อลดการสะสมความร้อนในบ้าน

3. ตอบโจทย์การอยู่อาศัย
บ้านสไตล์โมเดิร์นตอบโจทย์การอยู่อาศัย

ถึงแม้ว่าบ้านสวย ๆ จะเป็นบ้านในฝันของใครหลายคน แต่ที่จริงแล้วการสร้างบ้านควรคำนึงถึงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตเป็นหลัก ควรออกแบบบ้านให้เข้ากับลักษณะการใช้ชีวิตของสมาชิกทุกคนในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นวัยเด็ก วัยผู้ใหญ่ ไปจนถึงผู้สูงอายุ เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย

4. คำนึงถึงการใช้งานระยะยาว
บ้านสไตล์โมเดิร์นที่เน้นการใช้งาน

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าการออกแบบบ้านต้องคำนึงถึงการใช้งานของทุกคนในครอบครัว อย่างไรก็ตามอย่าลืมคิดถึงอนาคตด้วย หลาย ๆ คนเลือกที่จะสร้างบ้านให้มีลูกเล่น ไม่ว่าจะเป็นพื้นสูง-ต่ำ แต่เมื่อมีอายุมากขึ้นลูกเล่นจากการออกแบบเหล่านี้ จะหมดความสวยงาม และเปลี่ยนเป็นข้อเสียต่อร่างกายแทนได้

5. ตำแหน่งหน้าต่างต้องดูให้ดี
บ้านสไตล์โมเดิร์นที่มีหน้าต่างล้อมรอบ

หน้าต่างเป็นส่วนประกอบสำคัญของบ้านสไตล์โมเดิร์น เพราะการออกแบบบ้านตามรูปทรงเลขาคณิตอาจทำให้บรรยากาศโดยรวมดูอึดอัดได้ ดังนั้นการติดตั้งหน้าต่างรอบ ๆ บ้านเพื่อให้แสงสว่างเข้าถึงได้มากที่สุด จึงช่วยเพิ่มความสบายตาได้เป็นอย่างดี

6. ห้อมล้อมไปด้วยธรรมชาติสีเขียว
บ้านสไตล์โมเดิร์นร่มรื่นพื้นที่สีเขียวรอบบ้าน

เป็นส่วนประกอบสำคัญของบ้านแบบโมเดิร์น เพราะทำให้บรรยากาศรอบ ๆ ร่มรื่นมากขึ้น ไม่แข็งทื่อจนเกินไป การมองเห็นสวนสวย ๆ ด้านนอกได้อย่างชัดเจนจากทุกบริเวณของบ้าน มีส่วนช่วยทำให้คนในบ้านได้สัมผัสถึงกลิ่นอายของความเป็นธรรมชาติ อีกทั้งยังมอบความร่มเย็นแก่ผู้อยู่อาศัยอีกด้วย

7. เลือกโทนสีธรรมชาติ

โทนสีธรรมชาติจะช่วยทำให้รู้สึกถึงความอบอุ่น และมีความรู้สึกผ่อนคลาย สีที่เหมาะสมคือ สีขาว สีน้ำตาลอ่อน หรือสีเทาอ่อน โดยเป็นโทนสีที่เข้าได้กับทุกเฟอร์นิเจอร์แทบทุกสไตล์ นอกจากนี้ควรเลือกใช้แสงไฟโทนอุ่นที่ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกสบายตา และผ่อนคลายได้ดียิ่งขึ้น

8. ไม่ตกแต่งแบบฟุ่มเฟือย
บ้านสไตล์โมเดิร์นตกแต่งเรียบง่าย

อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่า บ้านโมเดิร์นเน้นการตกแต่งที่เรียบง่าย เน้นการใช้งานมากกว่าการตกแต่งที่ฟุ่มเฟือย ทุกพื้นที่ภายในบ้านสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ และควรเลือกใช้วัสดุที่เน้นความเป็นธรรมชาติ เน้นการแสดงพื้นผิวของวัสดุที่ใช้ตกแต่ง เช่น ไม้ เหล็ก คอนกรีต

9. เลือกแบบเฟอร์นิเจอร์ที่เรียบง่าย
บ้านสไตล์โมเดิร์นเฟอร์นิเจอร์เรียบง่าย

บ้านแบบโมเดิร์นนั้นเน้นการตกแต่งที่เรียบง่าย และแฝงไปด้วยความทันสมัย เพราะฉะนั้นควรเลือกแบบเฟอร์นิเจอร์สีคุมโทนตามสไตล์ที่ชื่นชอบ ที่มาพร้อมดีไซน์เรียบง่าย รวมถึงมีเฉดสีอ่อนที่สบายตา สามารถเข้ากับสีผนังได้เกือบทุกเฉด

10. มีดีเทลเล็ก ๆ น้อย ๆ
บ้านสไตล์โมเดิร์นที่มีดีเทลเล็ก ๆ น้อย ๆ

การเลือกโทนสีกับบ้านสไตล์โมเดิร์น

สีเทาช่วยสร้างความสงบ

สีเทาเป็นสีที่ช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลาย จิตใจสงบ มั่นคง ดังนั้นการแต่งห้องนั่งเล่นสีเทา เหมาะกับคนรักความสงบและต้องการความผ่อนคลาย

สีขาวเหมาะสำหรับคนใช้ความคิด

สีขาวเป็นสัญลักษณ์ของความสะอาด บริสุทธิ์ เมื่อแต่งห้องด้วยสีขาว จะทำให้รู้สึกโล่ง โปร่ง จนทำให้เกิดพื้นที่ว่างสำหรับความคิดใหม่ๆ ห้องสีขาวจึงเหมาะสำหรับคนชอบใช้ความคิด เพราะห้องสีขาวเป็นความเรียบง่ายที่ช่วยจัดกระบวนการความคิดได้ดีขึ้น

สีน้ำตาลพลังแห่งความอบอุ่น

พลังแห่งความอบอุ่นคละกับกลิ่นไอของธรรมชาติของเจ้าสีน้ำตาลทำให้รู้สึกถึงความเป็นครอบครัว จึงทำให้สีน้ำตาลเป็นสีที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการการพักผ่อนอย่างอบอุ่น

สีดำพลังแห่งความอิสระ

สีดำ สื่อถึงความแข็งแกร่ง อิสระและความเป็นจริงเป็นจัง สีดำสามารถแมทซ์เข้ากับทุกอย่างและดูไม่เบื่ออีกด้วย

สีน้ำเงินพลังแห่งความสร้างสรรค์

สีน้ำเงินเป็นสีแห่งความสงบเย็น ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย และเป็นสีที่ปลอดภัยที่สุด แถมยังช่วยกระตุ้นแห่งความคิดสร้างสรรค์ ความนึกคิด ตรรกะ ห้องนั่งเล่นสไตล์โมเดิร์นสีน้ำเงินจึงเหมาะกับคนที่ต้องการทำงาน หรือใช้ความคิดริเริ่มไอเดียใหม่ๆ

การเลือกโทนสีสำหรับแต่ละห้อง นับว่าเป็นหัวใจของการแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์นเลยก็ว่าได้  ออกแบบบ้าน โดยสีสำหรับสไตล์โมเดิร์นนั้น ควรเลือกใช้สีโทน สีขาว สีดำ สีเทา ซึ่งให้ความรู้สึกสบายตา หรือเพิ่มความมีมิติด้วยการใช้สีโทนอ่อนสลับเข็มก็ได้

ระดับความยาวผ้าม่านก็มีผลกับบ้านสไตล์โมเดิร์น

เราอาจมองข้ามในเรื่องของความยาวผ้าม่านไป แต่จริงๆแล้ว ผ้าม่านจะทำให้ห้องของคุณดูมีความน่าสนใจมากขึ้น ห้องสไตล์โมเดิร์นควรเลือกใช้ผ้าม่านที่มีความยาวจรดพื้น หรือห่างจากพื้นเล็กน้อย และจะช่วยทำให้ห้องของคุณดูหรู แพง และปกป้องแสงแดดได้ดีอีกขึ้น

จัดแสงไฟเพิ่มความโมเดิร์น

แสงไฟเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ สำหรับการแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์น ควรเลือกใช้แสงไฟสลัวๆ ไม่สว่างมากเกินไป อาจเลือกใช้โคมไฟแขวนหรือโคมไฟตั้ง จะช่วยทำให้ห้องของคุณดูอบอุ่นขึ้น

การจัดไฟห้องนั่งเล่น

การจัดไฟในห้องนั่งเล่นนิยมจัดไฟทั้งแบบเพื่อให้แสงสง่างและเพื่อตบแต่งให้สวยงาม ไฟสำหรับความสว่างควรจัดไฟที่ให้ความกระจายทั่วพื้นที่ อย่างไฟเพดาย หรือเพิ่มโคมไฟเป็นจุดๆไป ในด้านของไฟเพื่อตบแต่งอาจใช้ไฟใต้ตู้ ไฟส่องตามชั้นเพื่อตบแต่งให้บ้านดูอบอุ่นขึ้น

ทริค การจัดไฟห้องนั่งเล่น ควรติดตั้งระบบไฟที่สามารถปรับระดับความสว่างได้

การจัดไฟห้องนอน

ห้องนอนเป็นที่ๆพักผ่อนและควรผ่อนคลายที่สุดในบ้าน ควรใช้ไฟที่สว่างเพียงพอแต่ไม่จ้าจนเกินไป และควรติดตั้งไฟเฉพาะจุดด้วย เช่น ไฟหัวเตียงไว้อ่านหนังสือ หรือไฟในตำแหน่งต่างๆที่ใช้งานบ่อย อย่างโต๊ะเครื่องแป้งหรือโต๊ะทำงาน

การจัดไฟห้องครัว

ห้องครัวเป็นห้องที่ต้องการแสงสว่างมากสุดในบ้าน ทั้งไฟจากหลอดไฟและไฟจากธรรมชาติ เพราะนอกจากให้แสงสว่างแล้ว ยังช่วยฆ่าเชื้อต่างๆได้อีกด้วย ไฟในห้องครัวมีตั้งแต่หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ทั่วไป จนถึงไฟตบแต่งต่างๆ

การจัดไฟห้องน้ำ

ห้องน้ำควรมีแสงสว่างมากพอเพื่อการมองเห็นและลดความอับชื้น ในตอนกลางวันควรมีแสงไฟจากธรรมชาติส่องเข้ามาในห้องน้ำได้ ในขณะที่ตอนกลางคืนก็ควรติดไฟเพื่อการมองเห็นได้อย่างชัดเจน

สุดท้ายคือการแสดงเอกลักษณ์ของแบบบ้านสไตล์โมเดิร์น ด้วยการออกแบบบ้านให้มีลูกเล่นเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น การเลือกใช้ของแต่งบ้านที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นกว่าของแต่งบ้านชิ้นอื่น เฟอร์นิเจอร์ที่มาพร้อมดีเทลเก๋ ๆ รวมถึงช่องเก็บของที่มีประโยชน์ใช้สอยได้หลายรูปแบบ

อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องใส่ใจ และให้ความสำคัญของการสร้างบ้าน คือ การเลือกช่างที่มีความเชี่ยวชาญและชำนาญเกี่ยวกับการสร้างบ้าน ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญมาเป็นอันดับต้น ๆ

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *