การสร้างบ้าน

สร้างบ้าน ออกแบบบ้านให้น่าอยู่

เชื่อว่าทุกคนที่ต้อง การสร้างบ้าน เพื่ออยู่อาศัยในปัจจุบันและคำนึงไปจนถึงอนาคต ใคร ๆก็อยากได้บ้านที่ดี สวยงาม มีฮวงจุ้ยที่ดีช่วยเสริมดวงแก่ผู้อยู่อาศัยภายในบ้านกันทั้งนั้น เพื่อน ๆอาจจะคิดว่าเมื่อมีทุนแล้ว การจะสร้างบ้านขึ้นมาหลังหนึ่งมันไม่ง่ายเลย เพราะไม่รู้จะเริ่มจากอะไร และออกแบบยังไงดี วันนี้เราจะมาแนะนำการสร้างบ้าน ออกแบบบ้านที่น่าอยู่มาฝากทุกคนกัน และอาจจะทำให้หลายคนเปลี่ยนความคิดที่ว่ายากไปเป็นง่ายดายซะเหลือเกินก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นอย่ารอช้าไปเริ่มอันดับแรกกันเลย

  1. การเลือกสไตล์การออกแบบบ้านให้ชัดเจน เป็นเรื่องที่จำเป็นมากสำหรับการออกแบบบ้านขึ้นมาหนึ่งหลัง เราต้องกำหนดสไตล์ของบ้านให้ชัดเจนและให้เหมาะสมกับพื้นที่ตั้งของบ้านด้วย เช่นบ้านสไตล์มินิมอล สไตล์โมเดิร์น สไตล์ลอฟท์ ยุโรป ญี่ปุ่นต่าง ๆตามความชอบและความสนใจของเจ้าของบ้าน ที่สำคัญคือง่ายต่อการตกแต่งภายในให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้ดูสวยงามดีเยี่ยมเลย
  2. เลือกสไตล์บ้านให้เหมาะกับขนาดของเนื้อที่ เช่นเนื้อที่ใน การสร้างบ้าน มีขนาดใหญ่มาก ก็ควรที่จะเลือกสไตล์ที่ไม่เรียบง่ายจนเกินไปเพื่อป้องกันการเกิดพื้นที่โล่งกว้างเกินไปในตัวบ้าน หรือหากเพื่อน ๆคนไหนมีพื้นที่บ้านกว้างแต่ชอบสไตล์แบบเรียบง่าย ก็สามารถนำสไตล์อื่น ๆที่ดูมีลูกเล่นนิดหน่อยมาผสมผสานเข้าด้วยกันก็ได้ ถือเป็นการออกแบบบ้านที่ดีเลยทีเดียว
  3. เลือกวางตำแหน่งของบ้านให้เหมาะสมกับทิศทางของแสงแดดและลม แน่นอนว่าสิ่งสำคัญที่จะทำให้ตัวบ้านสมบูรณ์แบบคือฮวงจุ้ยเรื่องที่ตั้งของบ้านและทั้งเฟอร์นิเจอร์ด้วยนะ ควรเลือกทิศทางของประตูหน้าบ้าน หน้าต่าง ระเบียงให้แหมาะกับทิศทางของลม ดังนั้นควรสร้างห้องที่ต้องการแสงแดด หรือห้องที่แลดูจะมีความชื้นมากให้หันไปทางแสงแดด พร้อมทั้งมีประตู หน้าต่างเพื่อช่วยให้แสงแดด และลมรอดผ่านเข้ามากำจัดความชื้นกับความมืดมิดออกไปด้วย
  4. ออกแบบบริเวณบ้านให้ระบายอากาศ ถ่ายเทได้ดี นอกจากข้างในตัวบ้านที่ควรคำนึงถึงทิศทางลมและแสงแดดแล้ว ยังมีบริเวณรอบ ๆบ้านที่ต้องคำนึงถึงจุดนี้ด้วยเหมือนกัน โดยดูว่าทางเดิน สวนหย่อม จุดพักผ่อน ต้นไม้ต่าง ๆควรวางในมุมไหนจึงจะเหมาะสม และไม่ควรปลูกต้นไม้ใหญ่ติดระเบียงและหน้าต่างเพราะอาจจะทำให้ความสูงของต้นไม้ไปบดบังทิวทัศจนในบ้านดูมืดมิดได้
  5. การจัดสรรขนาดพื้นที่แต่ละส่วนให้เหมาะสมก็เป็นสิ่งสำคัญในการออกแบบบ้าน โดยการจัดวางขนาดของพื้นที่แต่ละห้อง และจุดวางเฟอร์นิเจอร์แต่ละจุดให้ลงตัว ช่วยให้บ้านดูไม่รก และเป็นระเบียบแบ่งสัดส่วนได้ดีมากขึ้น
  6. การออกแบบบ้านที่ดีจะต้องคำนึงถึงการป้องกันเสียงรบกวนจากนอกบ้าน ออกแบบบ้าน  โดยเจ้าของบ้านต้องกำหนดเองว่าห้องไหน สถานที่ส่วนไหนของบ้านไม่ควรมีเสี่ยงรบกวนภายนอก เช่นห้องนอนที่ติดกับหน้าบ้าน อาจจะทำให้นอนไม่หลับเนื่องจากเสียงรบกวนของรถตอนกลางคืนได้
  7. คำนึงถึงอนาคตและคนในบ้าน เนื่องจากบางคนไม่ได้สร้างบ้านเพื่ออยู่คนเดียว แต่ยังมีสมาชิกในครอบครัวอย่างเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ดังนั้นจึงควรออกแบบทุกส่วนในบ้านให้เอื้ออำนวยแก่สมาชิกในบ้าน รวมไปถึงตัวเองตอนอายุมากขึ้นด้วยนะ

การออกแบบบ้านที่ดีและมีประสิทธิภาพต้องทำอย่างไร พิจารณาอะไรบ้าง ใครอยากรู้ตามมาดูการออกแบบบ้านเองให้เป๊ะปังแบบไม่ง้อมืออาชีพกันได้เลย

สำหรับคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์การออกแบบบ้านและแปลนบ้านถือเป็นเรื่องยากมาก เพราะนอกจากจะต้องคำนึงถึงความสวยงามและฟังก์ชันการใช้งานแล้ว ยังต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายที่น่าปวดหัวอีกต่างหาก ดังนั้นสำหรับคนที่กำลังจะออกแบบบ้านด้วยตัวเองและกำลังมองหาแรงบันดาลใจอยู่ วันนี้กระปุกดอทคอมรวบรวมเคล็ดลับการออกแบบบ้านอย่างมีประสิทธิภาพมาฝาก รับรองรู้ไว้ช่วยให้เรื่องยากกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นได้ แถมต้องได้บ้านที่สวยงามตรงตามใจแน่นอน

1. เลือกประเภทที่อยู่อาศัยให้เหมาะกับสมาชิก
ไม่ใช่ว่าทุกครอบครัวจะต้องการบ้านขนาดใหญ่ และก็ไม่ใช่ว่าทุกครอบครัวจะเหมาะกับบ้านขนาดเล็ก ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดก่อนจะออกแบบบ้าน คือ การเลือกประเภทที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมกับจำนวนสมาชิกในครอบครัว เช่น บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ หรือคอนโด โดยลองพิจารณาดูว่า ควรจะพื้นที่เท่าไรถึงจะเข้ากับไลฟ์สไตล์ของทุกคน เพื่อนำไปคำนวนต่อว่าภายในที่พักอาศัยของเราควรมีห้องนอนเท่าไร ห้องน้ำเท่าไร และเพิ่มเติมส่วนไหนบ้าง

2. ให้ความสำคัญ กับ เลเอาต์ เป็น อันดับแรก 
หลักจากเลือก ประเภทที่อาศัย ได้แล้ว ควรให้ ความสำคัญกับ แปลนบ้านก่อน การตกแต่ง เพราะแม้บ้านจะสวยงาม แต่ถ้าหากไม่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันก็เปล่าประโยชน์ ดังนั้นใครที่กำลังจะออกแบบบ้านแล้วละก็ ควร ออกแบบแปลนบ้าน ให้เสร็จก่อน โดยพิจารณาว่าจะวางตำแหน่งแต่ละห้องอย่างไร ระหว่างพื้นที่ส่วนกลางและพื้นที่ส่วนตัว อยู่ติดกันได้หรือแยกคนละโซนไปเลนดีกว่า เพื่อป้องกันเสียงรบกวน หรือห้องนั่งเล่น ห้องกินข้าว ห้องครัว กั้นผนังดีไหม หรือ ออกแบบแบบ Open Plan ดีกว่า

3. ตกแต่งให้สอดคล้องกับพื้นที่ 
หลังจากเลือกแปลนบ้านที่ต้องการได้แล้ว ก็ถึงขั้นตอนของการตกแต่ง ซึ่งควรเลือกให้สอดคล้องไปกับพื้นที่ ขนาด และการจัดวางแปลนบ้าน เช่น หากภายในบ้านค่อนข้างเล็ก ควรเลือกการตกแต่งสไตล์โมเดิร์น เพราะทั้งโทนสีและการออกแบบในสไตล์นี้จะช่วยให้ภายในบ้านดูกว้างขวาง สว่าง บรรรยากาศปลอดโปร่ง มากกว่าสไตล์เทรดิชันนอลหรือบ้านแบบดั้งเดิม ที่มักจะใช้ผนังกั้นห้องแบ่งพื้นที่ ซึ่งจะทำให้บ้านที่มีขนาดเล็กอยู่แล้วยิ่งดูแคบลง

4. คำนึงถึงข้อดี-ข้อเสียของ แต่ละจุด 
เมื่อได้แบบบ้าน ที่ถูกใจแล้ว ก็อย่าเพิ่ง ลงมือทันที ลองพิจารณาถึงข้อดี-ข้อเสียของแต่ละจุดสักรอบ เช่น หากเป็นคนชอบหน้าต่างบานใหญ่ ๆ เพราะอยากให้บ้านสว่างและมองเห็นวิวด้านนอกแล้ว อย่าลืมดูด้วยว่าตรงกับทิศแดดหรือไม่ แดดเข้าช่วงไหน ไม่อย่างนั้นก็จะทำให้บ้านร้อน อาจจะต้องติดกันสาดหรือเปลี่ยนผ้าม่านแบบกันความร้อน

5. ตั้งงบประมาณให้ชัดเจน 
อีกหนึ่งปัญหาการตกแต่งบ้านที่หลายคนมักจะเจอก็คือ ซื้อของเข้าบ้านเพลินจนเกินไปงบ เพราะอยากได้ไปหมดทุกอย่าง ยิ่งหาก็ยิ่งเจอของที่ถูกใจ ฉะนั้นควรตั้งงบประมาณที่จะใช้ให้ชัดเจนและพยายามควบคุมให้อยู่ในวงเงินที่กำหนดเอาไว้ ป้องกันไม่ให้งบบานปลายหรือเกินได้นิดหน่อยแต่ไม่มากจนเกินไป ที่สำคัญอย่าลืมทำบัญชีเอาไว้ด้วย จะได้รู้ว่าใช้จ่ายกับอะไรไปบ้าง และสามารถลดตรงไหนช่วยประหยัดได้อีก

6. ถามความเห็นจากผู้รู้ 
ทั้งนี้เพื่อลดปัญหาที่จะตามมาภายหลัง ควรปรึกษาหรือถามความเห็นจากคนที่อยู่แวดวงการออกแบบ อาจจะเป็นคนรู้จักที่มีประสบการณ์หรือผู้เชี่ยวชาญอย่าง สถาปนิกหรืออินทีเรียเพิ่มเติมด้วย เพราะพวกเขาเหล่านี้มีความรู้ความในเชิงลึก สามารถให้คำปรึกษาได้รอบด้าน รวมถึงการปรับและแก้ไขจุดบกพร่องต่าง ๆ เพื่อให้บ้านเหมาะสมกับเราและน่าอยู่ยิ่งขึ้น

7. เชื่อสัญชาตญาณตัวเองบ้าง 
เพราะการออกแบบบ้านไม่มีผิด ไม่มีถูก ฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือความเหมาะสมและความต้องการ นอกจากวิธีการออกแบบที่กล่าวมาแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำตามเป๊ะ ๆ ทุกข้อ บางอย่างอาจจะดูนอกกรอบไปบ้าง แต่ถ้าลองพิจารณาดูแล้วว่าเป็นสิ่งที่เราชอบและเข้ากับลักษณะการใช้ชีวิตประจำวัน ให้เชื่อสัญชาตญาณและทำตามความต้องการของตัวเองบ้าน หรือพูดง่าย ๆ ว่า ถ้ารู้สึกว่าใช่ ก็คือใช่ ไม่จำเป็นต้องอิงตามใคร ตามตำราปลูกเรือนตามใจผู้อยู่นั่นเอง

การออกแบบบ้านมีหลาย ๆ ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นนอกจากเรื่องการตกแต่งที่สวยงามตามใจชอบแล้ว ก็อย่าลืมคำนึงถึงจำนวนสมาชิกในบ้าน ลักษณะการใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละคน รวมถึงความสะดวกสบายต่าง ๆ ด้วยนะคะ เพื่อให้บ้านเป็นบ้านที่น่าอยู่อย่างแท้จริง และจะได้ไม่ต้องตามแก้ไขทีหลัง

3 สัญญาณเตือนในบ้าน ที่ทำให้คุณเสี่ยงป่วยแบบไม่รู้ตัว

แม้เราจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในบ้าน ก็ใช่ว่าเราจะแข็งแรงเสมอไป หากภายในบ้านนั้นมีสภาพแวดล้อมที่อาจทำให้เราป่วย และนี่คือสัญญาณเตือนว่าหากเกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้นแล้วอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงให้เราไม่สบาย หรือป่วยได้
1.ความชื้นสูง
บ้านที่มีความชื้นสูงเกินกว่า 45 เปอร์เซ็นต์ จะกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของเชื้อราได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นตามผนัง หรือบริเวณใดก็ตาม ซึ่งเชื้อราบางชนิดก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ ตั้งแต่โรคไซนัสอักเสบเรื้อรังไปจนถึงความเสียหายของระบบประสาท

วิธีลดความชื้นที่บ้าน
ซื้อเครื่องตรวจวัดความชื้น เพื่อวัดระดับความชื้นในบ้าน
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าช่องระบายอากาศ พัดลมระบายอากาศขณะอาบน้ำทำงานหรือเปล่า
เปิดหน้าต่างให้ลมพัดระบายในช่วงที่มีอากาศแห้ง
ซื้อเครื่องลดความชื้นถ้าจำเป็น

2.ฝุ่น
ไม่เพียงจะสร้างความรำคาญให้เท่านั้น แต่สำหรับไรฝุ่นยังรบกวนจมูกและดวงตาของเรา นอกจากนี้ฝุ่นยังอาจนำสาร หรือสิ่งสกปรกจากภายนอกที่เป็นพิษต่อระบบประสาทเข้ามาได้อีกด้วย

วิธีลดฝุ่นละออง
ดูดฝุ่นบ่อยๆ และตรวจสอบให้แน่ใจว่าเครื่องดูดฝุ่นของคุณนั้นมีแผ่นกรอง
ใช้แผ่นกรอง HEPA ในการช่วยกรองฝุ่น และลดการแพร่กระจายของฝุ่น
อย่าสวมรองเท้าในบ้าน รวมทั้งควรเช็ดเท้าสัตว์เลี้ยงก่อนเข้าสู่ตัวบ้าน
ซัก ทำความสะอาดเครื่องนอน ผ้าม่าน และตุ๊กตาบ่อยๆ

เทคนิคดูแลเสื้อผ้าเมื่อต้องสู้ฝุ่น PM 2.5 เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม

คำว่าบ้านจริงๆ แล้วให้ความหมายได้มากกว่าการเป็นที่อยู่อาศัย เรามักมองเห็นชีวิตที่เต็มไปด้วยสมาชิกภายในครอบครัวอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ดังนั้นการจะทำให้บ้านเป็นที่พักผ่อนยามเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานนั้นก็ต้องมีลักษณะที่น่าอยู่อาศัย ดูสะอาดสะอ้าน มีการจัดวางหรือตกแต่งที่เหมาะสมดูสวยงามและใช้งานได้คล่องตัว ซึ่งครั้งนี้เราได้นำเทคนิคในการตกแต่งบ้านของแต่ละหลังมาฝากให้ดูเป็นไอเดีย เผื่อว่าใครกำลังมีแผนจะแต่งมุมนั้นมุมนี้ภายในบ้านเพิ่มเติม รับรองว่าได้ประโยชน์จากแนวคิดต่างๆ เหล่านี้อย่างแน่นอน

การสร้างบ้าน คำนึงถึงอะไร
การสร้างบ้าน คำนึงถึงอะไร

เริ่มต้นที่สภาพบ้านโดยรวมต้องสวยงาม

จะว่าไปแล้วหน้าบ้านก็เปรียบเสมือนปราการด่านแรกที่เป็นจุดต้อนรับแขกผู้มาเยือน ดังนั้นจึงควรให้ความสำคัญกับการออกแบบบริเวณหน้าบ้านก่อนเป็นอันดับแรก นอกจากจะคำนึงถึงสไตล์ที่เจ้าของบ้านชอบ เพื่อให้ง่ายต่อการตกแต่งส่วนอื่นๆ ตามมาแล้วดีไซน์ยังเป็นตัวกำหนดด้วยว่าบ้านหลังนี้ตกแต่งสไตล์ไหน และนอกจากตัดสินใจเลือกสไตล์การแต่งบ้านได้แล้ว ควรจัดหน้าบ้านให้น่าอยู่ ไม่รกรุงรัง หรือวางข้าวของเกะกะ อย่างเช่น บ้านหลังนี้มีมุมพักผ่อนอยู่ด้านหน้าถึงสองส่วน สร้างความรู้สึกผ่อนคลายได้ดีทีเดียว ทั้งยังใช้กระจกใสแทนผนังเพื่อเพิ่มแสงสว่างให้ภายในบ้านไม่อับทึบ ทำให้บ้านมีความโปร่งสบาย อากาศถ่ายเทได้สะดวก ส่งผลดีต่อผู้อาศัยนั่นเอง

พื้นที่นอกบ้านก็ไม่ควรมองข้าม เพราะอย่างน้อยถ้าร่างกายได้ออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ด้านนอกบ้างก็ทำให้สมองปลอดโปร่ง จิตใจแจ่มใสได้เหมือนกัน อย่างบ้านหลังนี้ออกแบบสวนได้อย่างสวยงาม และต้องยกเครดิตให้กับ(有)ハートランド ช่างทำสวนที่จัดการเปลี่ยนแปลงที่เปล่าๆ ให้กลายเป็นสวนพักผ่อนของครอบครัวได้อย่างลงตัว มีการปลูกต้นไม้หลากหลายสายพันธ์ุและต่างชนิด มีทั้งต้นใหญ่ที่เป็นจุดนำสายตา และมีต้นไม้เล็กๆ ไล่ระดับสูงต่ำให้ดูมีมิติ หาโต๊ะรับประทานอาหารมาวางอีกหน่อยเป็นมุมรับประทานอาหารกลางแจ้งที่ใกล้ชิดธรรมชาติดีจริงๆ

เรือนกระจกหลังบ้าน
ไอเดียในการทำห้องเรือนกระจกเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้บ้านดูน่าสนใจยิ่งขึ้น ด้วยรูปลักษณ์ของดีไซน์ที่เน้นกระจกทั้งหลังจึงทำให้เป็นที่ดึงดูดสายตาทั้งกับแขกที่มาเยือนและผู้อยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี โดยเราสามารถใช้ห้องๆ นี้เป็นเรือนเพาะชำขนาดเล็กก็ได้ อาจจะปลูกพืชผักสวนครัวที่สมาชิกสามารถทำกิจกรรมปลูกต้นไม้ร่วมกันได้อีก หาของตกแต่งสวนเก๋ๆ ที่ดูมีชีวิตชีวาเข้ามาเพิ่มบรรยากาศก็ทำให้บ้านดูน่าอยู่ยิ่งขึ้น หรือใครจะใช้ห้องนี้เป็นมุมจิบน้ำชายามบ่ายก็เข้าท่าดีเหมือนกัน

หากใครมีพื้นที่ภายในห้องน้ำที่กว้างพอ อาจเพิ่มสวนหย่อมเล็กๆ เข้าไปก็จะทำให้ห้องน้ำน่าใช้ยิ่งขึ้น ออกแบบผนังของห้องน้ำด้านหนึ่งเป็นประตูกระจกเปิดมุมมองให้เห็นสวนเล็กๆ ด้านนอก เป็นการเพิ่มความสุนทรีย์ให้กับการอาบน้ำได้ดีทีเดียว และยังได้แสงสว่างที่มากพอโดยไม่จำเป็นต้องเปิดไฟในเวลากลางวัน ช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดี สามารถระบายความชื้นและช่วยฆ่าแบคทีเรียได้ด้วย จุดเด่นที่น่าสนใจภายในห้องน้ำนี้ก็การแบ่งกั้นระหว่างพื้นที่แห้งและพื้นที่เปียกได้อย่างลงตัว เป็นการเพิ่มความสุนทรีย์ให้กับการอาบน้ำได้ดีทีเดียว

โรงรถมีดีไซน์

รูปแบบของโรงจอดรถแต่ละบ้านนับเป็นปัญหาที่หลายคนคิดไม่ตก เพราะจะออกแบบโรงจอดรถภายในบ้านให้สวยงามและดูน่าใช้งานได้ยังไง เราจึงนำไอเดียโรงจอดรถที่ดูเป็นสัดส่วนแบบนี้มาฝาก ดีไซน์ให้เป็นห้องโดยเฉพาะก็จะทำให้ฟังก์ชันในการใช้งานเป็นสัดส่วนได้มากทีเดียว เลือกใช้กระจกที่เป็นวัสดุโปร่งแสงเข้ามาช่วยก็ลดความมืดภายในห้องได้เช่นกัน รวมถึงผนังก็ใช้เป็นระแนงเพื่อให้อากาศถ่ายเทไม่ทำให้ห้องดูอับ

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *