home

แบบบ้านสองชั้น สวยเหมาะกับความเป็นไทย

เรื่องความเป็นสัดส่วนที่ชัดเจนและเป็นส่วนตัว คงต้องยกให้กับแบบ บ้านสองชั้น เพราะสามารถจัดการกับพื้นที่ส่วนรวมและพื้นที่ส่วนตัวได้โดยง่าย เนื่องจากระดับชั้นได้ทำหน้าที่ในการแบ่งโซนให้โดยอัตโนมัติ ส่วนใหญ่ที่นิยมกันมักออกแบบชั้นล่างไว้สำหรับพื้นที่พักผ่อนของครอบครัว มีห้องนั่งเล่น ห้องทานอาหารและห้องครัว ส่วนห้องนอนของสมาชิกแต่ละคนได้ถูกยกขึ้นไปไว้บนชั้นสอง ใช้บันไดเป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างกัน จึงไม่ต้องกังวลว่าแขกไปใครมาจะเข้าไปรบกวนพื้นที่ส่วนบุคคลได้ สำหรับผู้อ่านที่ชื่นชอบแบบบ้านสองชั้น บทความนี้เอสซีจีได้รวบรวมมาให้ชมถึง 8 หลังด้วยกัน ทุกหลังทำการออกแบบโดยสถาปนิกไทยทั้งหมด ลองมาชมกันครับว่าแบบไหนจะใช่บ้านในฝันของเรา

1. บ้านฟ้าบ่กั้น สร้างอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น ออกแบบ เป็นแบบบ้านสองชั้นที่สะดุดตาด้วยหลังคาทรงจั่ว ปีกชายคากว้าง ตัดกับผนังอิฐแดงที่นำมาตกแต่งเป็นฟาซาด บ่งบอกถึงความพื้นถิ่นอีสานที่คละเคล้าเข้ากับเส้นสายสไตล์โมเดิร์น เมื่อรวมเข้าด้วยกันจึงเกิดเป็นกลิ่นอายของความคลาสสิคร่วมสมัย เข้ากับสภาพอากาศในภาคอีสานเป็นอย่างดี

ด้านหน้ามีการตีหลังคายื่นออกมา ปูพื้นด้วยงานไม้ที่ขัดเงางาม เสาทรงกลมสีขาวนอกจากจะช่วยรับน้ำหนักโครงสร้างแล้ว ยังทำหน้าที่เติมเต็มช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนด้วยการผูกเปลเอาไว้นอนไกวเล่นรับลมโชยเย็น ๆ ชวนสุขใจ

2. บ้านเล็กวิลล่า ผลงานการออกแบบของสร้างขึ้นที่จังหวัดจันทบุรี เป็นแบบบ้านสองชั้นที่เจ้าของบ้านต้องการบ้านพักกึ่งโฮมสเตย์สำหรับครอบครัว และสามารถต้อนรับแขกได้อย่างสะดวกด้วย สถาปนิกจึงตั้งใจออกแบบบ้านให้มีความเป็นวิถีชีวิตแบบไทย ๆ โดยนำฟังก์ชันแบบใต้ถุนมาเป็นพื้นที่ชั้นล่าง โดยบางส่วนเปิดโปร่ง บางส่วนกั้นเป็นสัดส่วนเปิดปิดได้ ผสมผสานกับวัสดุทันสมัยที่สามารถหาได้ในท้องถิ่น

พื้นที่ชั้นบนออกแบบไว้ให้มี 4 ห้องนอน มีลานระเบียงไม้กว้าง ๆ ที่ปกคลุมด้วยชายคาขนาดใหญ่ ป้องกันแสงแดด ป้องกันฝนสาด เหมาะกับสภาพอากาศของเมืองจันที่ฝนมักตกชุกอยู่เสมอ

3. บ้านทรอปิคอลโมเดิร์น แบบบ้านสองชั้นหลังนี้อยู่ไม่ไกลจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ครอบครัวภูมิจิตรา ได้ให้สถาปนิก O2Studio ทำการออกแบบเป็นบ้านพักตากอากาศ ไว้หนีความวุ่นวายจากเมืองกรุง มาดื่มด่ำและสูดอากาศอันสดชื่นอย่างเต็มปอดใกล้ชิดกับธรรมชาติ สถาปนิกจึงทำการดีไซน์ด้วยสไตล์ทรอปิคอลโมเดิร์น นำแรงบันดาลใจมาจากบ้านในต่างจังหวัด ใช้หลังคาทรงจั่วและเฉลียงขนาดใหญ่เป็นจุดนำสายตา พร้อมจัดสรรฟังก์ชันความต้องการที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้เป็นเจ้าของ

แบบบ้านสองชั้น บ้านสองชั้น
แบบบ้านสองชั้น บ้านสองชั้น

และด้วยบริบทของเขาใหญ่ที่มีความเป็นคันทรี่ฟาร์มผสมผสานอยู่ วัสดุที่เลือกใช้จึงต้องการเน้นให้เห็นความเป็นสัจจะอย่างเรียบง่าย เช่น ไม้ อิฐ เหล็ก รวมถึงคอนกรีต เมื่อทุกองค์ประกอบถูกหยิบยกมาใช้ในปริมาณที่เหมาะสม บ้านสองชั้นจึงดูดีและสง่างามอย่างที่เห็น

4. บ้านโถงสูง ปทุมธานี บ้านหลังนี้ออกแบบโดยคุณวิเชียร ปานหนู หนึ่งในสถาปนิกปันแปลน เป็นบ้านหน้ากว้างตามลักษณะของแปลงที่ดิน หลังคาจั่วสูงเพื่อเน้นความปลอดโปร่งภายในบ้าน ตกแต่งภายนอกให้มีทั้งความอบอุ่นและความเท่คละเคล้าอยู่ด้วยกัน โดยใช้โทนสีหลัก คือ ขาว เทาและน้ำตาล

ภายในมีความโอ่อ่ามากกว่าที่เห็นจากภายนอก ด้วยการดีไซน์โถงสูงแบบ Double Volume สูงจากพื้นจรดเพดานชั้นสอง ทั้งยังทำการกรุฝ้าตามแนวจั่ว จึงเติมเต็มความปลอดโปร่งโล่งสบายได้อย่างที่เจ้าของบ้านต้องการ

5. บ้านรักสงบ ณ เชียงใหม่ สำหรับใครที่หวงแหนความเป็นส่วนตัว แบบบ้านสองชั้น หลังนี้น่าจะถูกอกถูกใจไม่น้อย  เจ้าของบ้านเป็นคู่รักคุณหมอ ที่ต้องการพื้นที่สำหรับพักผ่อนและมีความสงบอย่างแท้จริง จึงออกแบบฟอร์มบ้านคล้ายรูปตัว L ด้านหน้าค่อนข้างมิดชิด และเปิดคอร์ทในส่วนของด้านหลังแทน

คอร์ทที่ซ่อนอยู่ภายในกว้างขวางกว่าที่คิด มีการดีไซน์ภายนอกกับพื้นที่กลางแจ้งให้เชื่อมโยงถึงกัน โดยการใช้ประตูกระจกบานเลื่อนเป็นตัวเชื่อมต่อ มีการจัดสวนสไตล์อังกฤษปูแผ่นคอนกรีตแซมด้วยหญ้าสีเขียว เติมเต็มชีวิตชีวาให้แก่ผู้อยู่อาศัยและมีความสุนทรีเกินกว่าที่คนภายนอกจะจินตนาการ

6. บ้านสองชั้นหน้าแคบ ที่แสนเรียบง่าย บนที่ดินหน้าแคบ มีการสร้างบ้านสองชั้นสไตล์โมเดิร์นเอาไว้อย่างลงตัว ด้วยความคิดสร้างสรรค์ในงานออกแบบของสถาปนิก studio-locomotive จึงปรับเปลี่ยนข้อจำกัดของขนาดที่ดินให้กลายเป็นจุดเด่นได้อย่างงดงาม อาคารสองชั้นสีขาว สัมผัสได้ถึงความสบายตาตั้งแต่แรกเห็น ด้วยเส้นสายที่ไม่ซับซ้อน
เนื่องด้วยลานหน้าบ้านถูกใช้สำหรับจอดรถ พื้นที่สวนสีเขียวจึงถูกยกย้ายไปไว้กลางใจบ้าน เสมือนโอเอซิสขนาดย่อมที่คอยปล่อยพลังของความสดชื่นออกมาอย่างสม่ำเสมอ จุดสำคัญของแบบบ้านสองชั้นแบบนี้อยู่ที่การเปิดช่องแสงจากหลังคาด้านบน เพื่อให้ต้นไม้ได้รับอาหาร สังเคราะห์แสง และใส่ใจในการเลือกพันธุ์ไม้ที่ไม่ส่งผลต่อโครงสร้าง ใบไม่ร่วงเยอะ เก็บกวาดไม่บ่อย เจ้าของบ้านจะได้ไม่ต้องดูแลมาก ไม่เป็นภาระในวันพักผ่อน

7. บ้านสไตล์นอร์ดิก ณ เชียงใหม่ เพิ่มกลิ่นอายความเป็นยุโรป มาผสมผสานให้เข้ากับความโมเดิร์นแบบไทย ซึ่งบ้านหลังนี้เป็นแบบบ้านสองชั้นตัวอย่างของโครงการ Norden Barn by Habita Estate ตั้งใจนำเส้นสายทรงจั่วสูงแบบไร้ชายคามาสร้างความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ ประยุกต์ให้เข้ากับสภาพอากาศของเมืองไทยด้วยการเลือกใช้วัสดุหลังคาคอนกรีตแผ่นเรียบสีเทาเข้มตัดกับผนังฉาบเรียบทาสีขาว

8. บ้านสไตล์ธรรมชาติ แบบ บ้านสองชั้น ออกแบบโดยเอสซีจี เส้นสายและรูปทรงของบ้านมีความเฉียบคม แต่แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติสีเขียว โดยเน้นการเลือกใช้วัสดุไม้และหินมาตกแต่งในส่วนต่าง ๆ อาทิ ผนัง เสา รวมถึงพื้นและหลังคาระเบียง เพิ่มความกลมกลืนให้บ้านมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับพื้นที่สีเขียว

สำหรับบ้านสไตล์ธรรมชาติ นอกจากจะต้องใส่ใจในรายละเอียดของตัวบ้านแล้ว ต้องให้ความสำคัญกับการจัดการภูมิทัศน์ภายนอกด้วย บ้านหลังนี้มีการแบ่งโซนพื้นที่กลางแจ้งเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกเป็นลานอเนกประสงค์ของครอบครัว ปูพื้นด้วยบล็อกปูพื้น ง่ายต่อการดูแลรักษา ส่วนที่สอง สนามหญ้าสีเขียวเดินย่ำได้สบายเท้า และส่วนที่สามคือพื้นระเบียงใช้วัสดุไฟเบอร์ซีเมนต์ที่สวยเสมือนไม้จริง แถมมีความทนทานต่อแดด ฝน ไม่ว่าฤดูกาลไหนก็ยังคงสวยงามอยู่เสมอ

ชมบ้านสองชั้น หลังกันไปแล้ว หากใครกำลังมองหาแบบบ้าน สามารถไปดูแบบ บ้านสองชั้น  เพื่อเป็นไอเดียการตกแต่งและการเลือกใช้วัสดุเพิ่มเติมได้

ว่ากันว่ามนุษย์คือส่วนหนึ่งของธรรมชาติ แต่ในปัจจุบันเราต่างต้องเผชิญโลกที่เต็มไปด้วยการพัฒนาของเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดด หลายคนต้องทำงานแข่งกับเวลาจนเกิดความเครียดสะสม ความเหนื่อยล้าที่ไม่ได้พักผ่อนเพียงพอ และมลพิษรอบตัวที่ส่งผลต่อทั้งสุขภาพใจและกาย จนบางครั้งอาจหลงลืมและค่อยๆ ปลีกตัวออกห่างจากธรรมชาติ นี่เองทำให้หลายๆ คนเสียสมดุลชีวิตไปอย่างน่าเสียดาย ถึงเวลาหรือยังที่เราจะกลับสู่อ้อมแขนธรรมชาติที่พร้อมโอบอุ้ม เกื้อหนุน รักษาและเยียวยา คืนสมดุลให้ชีวิตเราอีกครั้ง

มีงานวิจัยโดย Dr.Qing Li จากสถาบันสุขศาสตร์และสาธารณสุขศูนย์การแพทย์ Nippon กล่าวถึงศาสตร์แขนงหนึ่งซึ่งถูกคิดค้นและพัฒนาขึ้นโดยนักวิจัยชาวญี่ปุ่น ในปี 1982 เรียกว่า Shinrin Yoku หรือการอาบป่า คือการนำธรรมชาติเข้ามาช่วยบำบัดรักษาร่างกายและจิตใจ ซึมซับธรรมชาติผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้าโดยใช้เวลาอยู่กับพื้นที่สีเขียว สูดอากาศสดชื่น กลิ่นหอมของพืชพรรณ ใช้สายตามองดูความสวยงามอันเงียบสงบ ฟังเสียงลม เสียงนกร้อง ใช้ศีรษะหรือลำตัวของเราแนบชิดโอบกอดต้นไม้ใหญ่ ออกแบบภายใน เพื่อรับความเย็นสบายและสารพิเศษที่ธรรมชาติมอบให้เพื่อเพิ่มพลังทั้งกายและใจ

โดยเฉพาะในห้วงเวลานี้ ที่เราและทั่วโลกกำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส หากมองในแง่ดีถือว่าเป็นโอกาสที่เราจะได้ใช้ชีวิตอยู่ติดบ้านมากกว่าที่เคย การมองหาธรรมชาติที่รายล้อมรอบตัวจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีบำบัดความเครียดและความวิตกกังวลได้… บ่อยครั้งที่สวนทำหน้าที่เป็นมุมทำงานของใครหลายคน โดยเฉพาะผู้ชื่นชอบธรรมชาติหรือมีงานอดิเรกเกี่ยวกับต้นไม้ นี่เองจึงทำให้ใครหลายคนเริ่มโหยหาพื้นที่สีเขียว อยากมีสวนสวยส่วนตัวไว้ที่บ้าน และมีไม่น้อยที่อยากมีบ้านวิวสวน ใช่หวังเพียงร่มเงาไว้คลายร้อนหรือรับอากาศบริสุทธิ์ทุกเช้าเท่านั้น หากแต่สีเขียวของใบไม้ สีน้ำตาลของลำต้นตามธรรมชาตินั้นเปรียบเสมือนเฟอร์นิเจอร์ที่ช่วยให้สวนสวย ฟอกอากาศได้เป็นอย่างดี และยังช่วยกรองฝุ่น PM2.5 ได้ดีอีกด้วย

บ้านวิวสวนจะเกิดขึ้นได้นั้นอันดับแรกต้องเริ่มจากการหาแรงบันดาลใจรูปแบบสวนหน้าบ้านในสไตล์ที่ชอบก่อน อาจเริ่มต้นจากเว็ปไซด์ที่เกี่ยวกับการตกแต่งสวน หรือนิตยสารแต่งบ้านต่างๆ เมื่อได้รูปแบบการจัดสวนที่ชอบแล้ว ลองกำหนดแปลนสวนอย่างง่ายๆ จากนั้นถึงเวลาเลือกต้นไม้ บางคนปลูกต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงาช่วยฟอกอากาศ บางบ้านนิยมปลูกต้นไม้มงคล ไม้กระถางแล้วแต่ความชอบและความเชื่อ

ซึ่งหนึ่งในต้นไม้ที่คนส่วนใหญ่นิยมปลูกในบริเวณบ้านคือ ต้นหูกระจง นอกจากฟอร์มสวยให้ร่มเงาแล้ว ยังเชื่อกันว่าหากปลูกไว้ในบริเวณบ้านจะทำให้มีบารมีกว้างไกล ต้นหูกระจงค่อนข้างโตเร็ว จึงควรปลูกให้ห่างจากตัวบ้านระยะ 8 เมตร เพื่อเวลาพุ่มกิ่งก้านแผ่ขยายออกมาอย่างสวยงาม และไม่แนะนำให้ปลูกใกล้บ่อน้ำเพราะใบร่วงง่าย อาจทำให้เสียเวลาเก็บทำความสะอาดมากขึ้น

นอกจากหูกระจงยังมีต้นไม้อีกหลายชนิดที่เราสามารถปลูกในรั้วบ้านได้ อาทิ ไม้ทรงชะลูดอย่างปีบ แคนา ฯลฯ หรือหากกังวลว่าจะไม่มีเวลาดูแลมากพอ อาจทำระแนงไม้พร้อมปลูกไม้เลื้อยอย่างสร้อยอินทนิล ม่านบาหลีที่ดูแลง่ายก็ช่วยเบาแรงได้มาก หรือลองออกแบบพื้นที่ในสวนให้เป็นเรือนกระจกขนาดเล็กสำหรับไม้กระถาง ก็เป็นไอเดียที่ช่วยสร้างพื้นที่สีเขียวในบ้านได้ดีไม่แพ้กัน การปล่อยให้ต้นไม้น้อยใหญ่ได้เติบโต นอกจากช่วยเติมเต็มบรรยากาศให้บ้านวิวสวนสมบูรณ์สมใจแล้ว ยังช่วยสร้างความรู้สึกสดชื่น ร่มรื่น มากกว่านั้นเรายังได้ใช้เวลาว่างจัดสวน เพื่อให้สวนหน้าบ้านของเราสวยน่ามองอีกด้วย ต่อจากนี้คือข้อดีของการได้ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านวิวสวน รับรองว่าพื้นที่สีเขียวจะช่วยให้คุณภาพชีวิตของคุณดีขึ้นอย่างน่าทึ่ง

ข้อดีของการมีบ้านวิวสวน

  • เต็มปอดกับอากาศบริสุทธิ์ > เพราะมีต้นไม้คอยช่วยฟอกอากาศเสีย คายออกซิเจน กรองฝุ่น PM2.5
  • สดชื่น เย็นสบาย > ต้นไม้จะปล่อยความชื้นออกมาในอากาศ บวกกับร่มเงาจากต้นไม้ใหญ่ และลมเย็นๆ ที่พัดผ่านจากต้นไม้ตลอดเวลา
  • สบายตากับบรรยากาศ > ให้ความอบอุ่น สบายใจ สบายตา ด้วยความเขียวขจีของพื้นที่โดยรอบ พร้อมสีสันสดใสจากดอกไม้ตามฤดูกาล
  • ได้สนุกกับกิจกรรมเอาท์ดอร์ > ถึงไม่ต้องไปไหนไกลก็ออกมาโยคะกลางแจ้ง กระโดดเชือก หรือทำกิจกรรมชิลล์ๆ ท่ามกลางธรรมชาติได้ทุกวัน โดยไม่ต้องไปเสียเงินค่าสมาชิกฟิตเนสให้สิ้นเปลือง
  • ได้พัฒนา Growth Mindset > การมีบ้านวิวสวนที่สมบูรณ์ได้ส่วนหนึ่งเกิดจากการจัดสวนด้วยตัวเอง การจัดสวนเป็นกิจกรรมที่มีปัจจัยภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้องมากมาย อีกทั้งต้องอาศัยการทดลองปลูกต้นไม้ เรียนรู้ เฝ้าดูและปรับตัวอยู่เสมอ ทำให้เราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *