7 ขั้นตอนสำคัญ สร้างบ้าน ให้สำเร็จ

บ้าน เป็นรากฐานสำคัญของการใช้ชีวิต เจ้าของบ้านที่ได้มัส่วนร่วมในทุกขั้นตอนของ การสร้างบ้าน จะมีความผูกพันและรู้สึกเหมือนได้ปลูกสร้างรากฐานสำคัญของชีวิตตัวเองไปด้วย แต่รากฐานนั้นจะมั่นคงเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับความใส่ใจและมาตรฐานในการปลูกสร้างบ้านแต่ละขั้นตอน ดังนั้นมาดูกันว่ากว่าจะได้ บ้าน สักหลัง หรือสร้างรากฐานสำคัญของชีวิตนี้ให้เกิดขึ้นมาได้จนสำเร็จ ต้องมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

1. เตรียมความพร้อมก่อนสร้างบ้าน

ก่อนเริ่มสร้างบ้าน ขั้นตอนสำคัญอันดับแรกที่ต้องทำก่อนคือ การเตรียมพร้อมก่อนสร้าง ในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น

• เตรียมพื้นที่ก่อสร้าง ทั้งการตรวจสอบระดับดิน การถมดินกรณีที่ที่ดินแปลงนั้นอยู่ในระดับต่ำเกินไป หรือมีลักษณะเป็นหลุมเป็นบ่อ หน้าดินไม่เสมอกัน รวมถึงการตรวจสอบความแข็งของดิน เพื่อให้เหมาะกับการสร้างบ้าน ไม่เกิดปัญหาการทรุดภายหลัง

• การขนย้ายอุปกรณ์เครื่องมือสำหรับการก่อสร้าง โดยต้องมีพื้นที่รองรับ และเส้นทางให้รถเข้าออกได้สะดวก

• การวางแผนสถานที่พักคนงาน เพราะการสร้างบ้านต้องใช้ระยะเวลายาวนาน กรณีที่คนงานไม่ได้มีที่พักอาศัยใกล้พื้นที่ก่อสร้างก็ต้องมีสถานที่พักอาศัยชั่วคราวของคนงาน เพื่อความสะดวกและเป็นสัดส่วน

• เตรียมพร้อมด้านการขอน้ำ และไฟฟ้าชั่วคราว  ออกแบบบ้าน เพื่อรองรับงานก่อสร้าง และการพักอาศัยชั่วคราวของคนงาน ทำให้งานสร้างดำเนินได้อย่างไม่สะดุด

• วางผังอาคารสิ่งปลูกสร้าง ตำแหน่งลงเสาเข็ม และระยะร่นตามเทศบัญญัติ โดยขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนสำคัญก่อนลงหลักปักฐานสร้างบ้าน นอกจากนี้หากที่ดินที่สร้างมีต้นไม้ใหญ่และต้องการเก็บไว้ ก็ต้องคำนึงถึงการปรับตำแหน่งเพื่อหลีกเลี่ยงแนวต้นไม้ด้วย

2. การเตรียมงานด้านขุดเจาะเสาเข็ม

การดำเนินการขุดเจาะเสาเข็มนั้นต้องเป็นไปตามผังตำแหน่งที่วางไว้ ในขั้นตอนนี้ทีมงานเก็บข้อมูลทางวิศวกรรมจะดูกำลังรับน้ำหนักเสาเข็มตอก หรือความลึกของเสาเข็มเจาะ ทั้งนี้เสาเข็มตอกทุกต้นจะต้องมีผู้ควบคุมและตรวจสอบความแข็งแรงให้ตรงตามหลักวิศวกร เพื่อให้งานสร้างมีมาตรฐาน

3. ขั้นตอนงานฐานรากและโครงสร้าง

3.1 การวางฐานราก ต้องมีการเตรียมพร้อมส่วนต่างๆ คือ

• การขุดหลุมตามขนาดที่กำหนด และตัดหัวเสาเข็มเพื่อเตรียมงานฐานราก

• ทำการตั้งไม้แบบและค้ำยัน

• เตรียมส่วนของหนุนลูกปูน

• ทำการผูกเหล็กเสริมส่วนฐานราก และตอม่อ

• ดำเนินการเทคอนกรีต

3.2 งานขึ้นโครงสร้างตัวบ้านและงานสุขาภิบาล

• ดำเนินการขึ้นงานโครงสร้างส่วนของชั้น 1 ตามแบบและให้มีมาตรฐาน พร้อมขุดดินเพื่อเตรียมส่วนของระบบสุขาภิบาล

• ดำเนินการขึ้นโครงสร้างชั้น 2 และโครงสร้างหลังคา โดยตัดทำเหล็กโครงสร้างหลังคา พร้อมทาสีกันสนิม จากนั้นจึงขึ้นโครงสร้างงานระบบสุขาภิบาล

4. ขั้นตอนการสร้างบันได การหล่อชิ้นส่วนต่างๆ และการมุงหลังคา

ขั้นตอนนี้ถือเป็นส่วนเติมเต็มด้านโครงสร้างบ้าน เพื่อให้เป็นโครงบ้านที่สมบูรณ์ พร้อมสำหรับการทำในขั้นตอนต่อไป โดนการทำโครงสร้างบันได จะต้องดูทั้งความสูง ความชันของตัวบันได บวกกับจำนวนขั้นบันไดที่ต้องสัมพันธ์กับมาตรฐานการสร้างที่ทำให้การเดินขึ้นลงสะดวก ปลอดภัย

ส่วนการหล่อชิ้นส่วนต่างๆ เช่น บัว กันสาด ขอบปูน ตลอดจนการมุงหลังคาบ้านเป็นขั้นตอนที่นอกจากจะต้องคำนึงถึงมาตรฐานการสร้างแล้ว การเลือกใช้วัสดุที่มีมาตรฐาน และเหมาะกับงานแต่ละส่วนก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะงานหลังคาที่ต้องมุงให้ถูกตามขั้นตอนเพื่อป้องกันการรั่วซึมในภายหลัง

5. งานก่อผนัง ติดตั้งวงกบไม้ และเตรียมงานระบบไฟฟ้า-ประปา

สำหรับการดำเนินการในขั้นตอนนี้ ต้องทำอย่างถูกต้องตามหลักมาตรฐาน เช่น

อิฐและคอนกรีตที่ใช้ก่อต้องทำให้ชื้นก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้อิฐดูดน้ำจากปูนก่อเร็วเกินไป

ต้องก่ออิฐสลับแนวให้ถูกต้องตามหลักการก่อสร้าง

• ก่อให้ได้แนวดิ่งและแนวฉากที่ถูกต้อง

• การก่อชนผนัง เสา ผนัง หรือแผงคอนกรีตเสริมเหล็ก ต้องเสียบเหล็กยื่นออกมาไม่น้อยกว่า 25 ซม. และฝังอยู่ในเสาเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก 10 ซม.

• หากผนังมีความยาว หรือสูงกว่า 3 ม. ต้องมีเสาเอ็น หรือทับหลังคอนกรีตเสริมเหล็ก

• หากต้องการซ่อนในส่วนของสายไฟหรือท่อ ให้ดำเนินการวางท่อของระบบทั้ง ไฟฟ้า ประปา เครื่องปรับอากาศ และระบบสื่อสารต่างๆ ในขั้นตอนของงานผนังไปด้วย เพื่อไม่ให้เกิดความยุ่งยากภายหลัง

6. ขั้นตอนการฉาบผนังและติดตั้งฝ้าเพดาน

ก่อนดำเนินการฉาบปูน ควรต้องทำการกำหนดความสูงของฝ้าเพดานก่อน ทั้งฝ้าเพดานส่วนของภายใน ภายนอก และฝ้าชายคา จากนั้นจึงดพเนินการฉาบปูนตามมาตรฐานและขั้นตอน แล้วจึงทำการติดตั้งฝ้าเพดาน

ส่วนของการติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น โคมไฟ หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่เกี่ยวกับฝ้าเพดาน และถ้าอุปกรณ์นั้นมีน้ำหนักมาก ควรมีการ

เสริมโครงคร่าวฝ้าเพดาน หรือทำการยึดแขวนกับโครงสร้างหลักของบ้าน เพื่อความแข็งแรง และความปลอดภัย รวมถึงการติดตั้งช่องเซอร์วิสเพื่อใช้เป็นช่องเปิดสำหรับอะนวยความสะดวกเวลาต้องเข้าไปตรวจสอบ และบำรุงรักษางานระบบต่างๆ เช่น สายเคเบิ้ล สายไฟ ท่อน้ำ โดยติดตั้งไว้บริเวณที่ไม่เป็นจุดสังเกตมาก เช่น ห้องครัว หรือห้องน้ำ

7. ขั้นตอนติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งพื้น ผนัง และการทาสี

ถือเป็นขั้นตอนท้ายๆ ของงานสร้างบ้าน ซึ่งเป็นทั้งการติดตั้งส่วนประกอบต่างๆ คือ ประตู หน้าต่าง สวิตซ์ ปลั๊กไฟ งานปูพื้น ปูกระเบื้อง และทาสี ซึ่งหากงานในขั้นตอนนี้เสร็จสิ้น บ้านทั้งหลังก็สามารถทำความสะอาดและนำเฟอร์นิเจอร์สำคัญๆ เข้ามาได้

การสร้างบ้านตามขั้นตอนต่างๆ ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ จะช่วยให้บ้านหลังนั้นมีความแข็งแรง ปลอดภัย ถูกต้องตามหลักการก่อสร้าง โดยหากเลือกใช้บริการจากบริษัทรับสร้างบ้านที่มีความเป็นมืออาชีพ ก็จะยิ่งมั่นใจได้ว่า บ้านที่ได้นั้นมีมาตรฐานอย่างแน่นอน

8 ทริคดูแลสระว่ายน้ำให้เหมือนใหม่น่าใช้ทุกเวลา

 

1. เตรียมพร้อมก่อนเริ่มใช้สระ

สระว่ายน้ำมักจะอยู่กลางแจ้ง ดังนั้นในเวลาที่ไม่ได้ใช้งานควรปิดคลุมสระเอาไว้ เพื่อป้องกันเศษฝุ่น ใบไม้ และสิ่งสกปรกตกลงไปในน้ำ เมื่อจะกลับมาใช้งานอีกครั้งควรทำความสะอาดบริเวณโดยรอบสระให้เรียบร้อย แล้วจึงเปิดผ้าคลุมสระว่ายน้ำออก เพื่อป้องกันไม่ให้มีเศษสกปรกที่เกลื่อนกลาดอยู่แถวนั้นกระเด็นลงสระได้ 


2. เช็คการรั่วไหลของสระว่ายน้ำ

ระดับน้ำในสระสามารถลดลงได้บ้างจากการถูกแสงแดดแผดเผา แต่หากระดับน้ำลดลงจนผิดปกติให้สงสัยว่าจะมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น เช่น สระน้ำมีการรั่ว ให้ทำการตรวจสอบโดยเติมน้ำลงในกะละมัง พร้อมทำเครื่องหมายวัดระดับน้ำทั้งด้านในและด้านนอกกะละมัง จากนั้นนำไปลอยในสระ หลังจากผ่านไปประมาณ2-3 วัน กลับมาดูระดับน้ำอีกครั้ง หากระดับน้ำในสระลดน้อยลงกว่าระดับน้ำในกะละมัง แสดงว่าสระน้ำมีรูรั่วเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ดังนั้นให้ถ่ายน้ำออก แล้วตรวจสอบรอยรั่วโดยด่วนที่สุด 


3. หมั่นวัดระดับค่า pH ของน้ำในสระ
 

ค่า pH ที่เหมาะสมกับการใช้งานสระว่ายน้ำอยู่ที่ 7.2-7.8 ดังนั้นเพื่อความสะอาดและปลอดภัยในการลงเล่นน้ำในสระ ห้ามมองข้ามจุดนี้เป็นอันขาด ควรทำการตรวจเช็กค่า pH น้ำเป็นประจำทุกสัปดาห์ หรือหากเห็นน้ำเปลี่ยนสีให้รีบตรวจสอบค่า pH ทันที 


4. รักษาระดับน้ำในสระให้สูงกว่าระดับสกิมเมอร์เสมอ

สกิมเมอร์ ทำหน้าที่กรองเศษสิ่งสกปรกบนผิวน้ำ และคอยหมุนเวียนน้ำในสระ ดังนั้นต้องคอยตรวจสอบให้ระดับน้ำในสระไม่ต่ำกว่าระดับสกิมเมอร์ มิเช่นนั้นปั๊มน้ำอาจชำรุดเสียหาย ไม่สามารถดูดน้ำเข้าสระได้ตามปกติ 

5. ทำความสะอาดเครื่องกรอง

เพื่อรักษาความใสสะอาดของน้ำให้น่าว่ายน้ำเล่นอยู่ตลอดเวลา ควรเดินเครื่องกรองอย่างน้อยวันละ 12 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ หรือหากวันไหนมีคนลงเล่นน้ำมากกว่าปกติ ก็ควรเดินเครื่องกรองน้ำนานขึ้นตามไปด้วย และควรตรวจสอบสภาพการใช้งานของเครื่องกรอง พร้อมทั้งทำความสะอาดเครื่องกรองอยู่เสมอ  


6. ดูแลสภาพการใช้งานของฮีทปั๊ม

ฮีทปั๊มในสระว่ายน้ำจะช่วยปรับอุณหภูมิให้น้ำในสระมีความพอดีกับอุณหภูมิในร่างกายเรา ซึ่งตัวฮีทปั๊มเองก็ต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดด้วย โดยควรตรวจเช็กสภาพการใช้งานของฮีทปั๊มเป็นประจำทุกปี หรือเมื่อสังเกตได้อย่างชัดเจนว่าอุณหภูมิของน้ำมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก ควรให้ช่างเข้ามาตรวจเช็กสภาพการใช้งานโดยด่วน 


7. ขัดกระเบื้องสระว่ายน้ำทุกสัปดาห์

กระเบื้องและผนังสระว่ายน้ำ หากขาดการดูแลใส่ใจ จะเกิดตะใคร่น้ำเกาะอยู่เต็มไปหมด ทำให้สระสกปรกและยังลื่นอีกด้วย เป็นอันตรายต่อผู้ใช้สระ ดังนั้นควรหมั่นทำความสะอาดกระเบื้องสระว่ายน้ำเป็นประจำทุกสัปดาห์ โดยใช้เครื่องดูดตะกอนสำหรับทำความสะอาดสระว่ายน้ำดูดกระเบื้องที่พื้นสระ ส่วนผนังสระว่ายน้ำ หากเป็นคอนกรีต หรือกระเบื้อง ให้ใช้แปรงขนแข็งทำความสะอาด แต่ถ้าเป็นกระเบื้องไวนิลหรือไฟเบอร์กลาส แนะนำให้ใช้ฟองน้ำนุ่มๆ ทำความสะอาดเพื่อไม่ให้เกิดรอยขีดข่วน 


8. ตักสิ่งสกปรกจากผิวน้ำ

สระว่ายน้ำมักจะมีเศษฝุ่น และเศษใบไม้แห้งลอยอยู่ตลอด ดังนั้นเพื่อให้สระสวยอยู่เสมอเจ้าของบ้านจึงต้องหมั่นตักสิ่งสกปรกจากผิวน้ำทุกๆ สองถึงสามวัน เพราะหากปล่อยไว้นานไปเศษซากต่างๆ ที่ลอยอยู่อาจจมลงและยากต่อการจัดการ 

หลังจากทราบวิธีดูแลสระสวยๆ แล้ว หากอยากเพิ่มสระว่ายน้ำเข้าไปในบ้าน ให้ปรึกษาบริษัทรับสร้างบ้าน หรือ บริษัทที่รับสร้างสระว่ายน้ำ เพื่อให้ได้สระที่เหมาะสมกับตัวบ้าน ทั้งขนาดสระ และการใช้งานสระ อีกทั้ง บริษัทรับสร้างบ้าน ที่มีมาตรฐาน จะมีสถาปนิกและวิศวกรที่ช่วยดูเรื่องความแข็งแรง สวยงาม และปลอดภัยให้กับบ้านและสระว่ายน้ำของเราด้วย 

ป้ายกำกับ:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *