ปัจจัยที่ทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
มักเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน กลไกการเกิดมาจากลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดหัวใจที่ตีบแคบอยู่ก่อนแล้ว อย่างไรก็ตามแม้จะไม่มีใครบอกได้ว่าหลอดเลือดจะอุดตันเมื่อใด และกล้ามเนื้อหัวใจจะขาดเลือดตอนไหน แต่เมื่อใดก็ตามที่เกิดลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดหัวใจ ผู้ป่วยมักมีอาการแน่นหน้าอกเป็นอาการเตือนที่สำคัญ
ปัจจัยที่ก่อให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
ปัจจัยที่ทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง ซึ่งพบได้บ่อยและต้องระมัดระวังอย่างมาก ผู้ป่วยกลุ่มนี้จำเป็นต้องได้รับการตรวจหัวใจ นอกจากนี้ ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ยังได้แก่ การสูบบุหรี่ และภาวะกรนรุนแรง หรือภาวะหยุดหายใจระหว่างหลับซึ่งมีหลักฐานชัดเจนแล้วว่าทำให้ผู้ป่วยขาดออกซิเจนเป็นผลให้หลอดเลือดเสื่อมเร็ว และสามารถกระตุ้นให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันได้ง่าย
นอกจากผู้ป่วยจะมี ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด แบบเฉียบพลันจากลิ่มเลือดแล้ว ยังมีผู้ป่วยอีกกลุ่มที่ต้องระวัง คือกลุ่มที่มีภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบซึ่งลิ่มเลือดยังไม่อุดตัน ผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีอาการเฉพาะเมื่อหัวใจต้องทำงานหนัก คือตอนที่ออกแรงและหัวใจเต้นเร็ว ผู้ป่วยกลุ่มนี้ต้องอาศัยการควบคุมปัจจัยเสี่ยงควบคู่ไปกับการใช้ยาซึ่งมักจะได้ผลดี หรือในกรณีที่เป็นมากอาจต้องพิจารณาการทำบอลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจ หรือกรณีที่หลอดเลือดตีบหลายเส้น แพทย์จะพิจารณาทำการผ่าตัด
ปัจจัยเสี่ยงที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงและแก้ไขได้ เช่น
เพศ จากข้อมูลทางสถิติที่ผ่านมา พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง
อายุ พบผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดในวัยกลางคนขึ้นไปถึงวัยสูงอายุ เพศชายอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป และเพศหญิงอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป
พันธุกรรม ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเดียวกันป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดร่วมด้วย โดยเฉพาะคนในครอบครัวที่เริ่มมีอาการตั้งแต่วัยกลางคนขึ้นไป จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้มากกว่าผู้ที่ไม่มีประวัติคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคนี้ร่วมด้วย
ปัจจัยเสี่ยงที่สามารถเปลี่ยนแปลง และแก้ไขได้
โรคประจำตัว หรือโรคที่พบร่วมด้วย เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง อ้วน เป็นต้น
พฤติกรรมเสี่ยงจากการสูบบุหรี่ การไม่ออกกำลังกาย ภาวะเครียดเรื้อรัง
อาการกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
หัวใจ เป็นกล้ามเนื้อที่ปั้มเลือดไปเลี้ยงเนื้อเยื่อและปั้มเลือดไปปอดเพื่อฟอกเลือด ในการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจต้องได้รับสารอาหาร และออกซิเจนจากหลอดเลือดโคโรนารี (Coronary Arteries) ซึ่งมีอยู่ 3 เส้น ถ้าหากเส้นใดเส้นหนึ่งเกิดการอุดตันด้วยลิ่มเลือด หรือตีบตันจากหลอดเลือดแข็งจนกล้ามเนื้อบริเวณนั้นขาดเลือดภายใน 20 นาที กล้ามเนื้อบริเวณนั้นจะตาย กล้ามเนื้อหัวใจไม่ทำงาน อาจพบอาการมากน้อยต่างกัน อาการที่สำคัญ คือผู้ป่วยที่หลอดเลือดหัวใจตีบมักจะมีอาการแน่นหน้าอก (Angina Pectoris) คล้ายมีของหนักทับหน้าอก มีอาการคล้ายมีอะไรมาบีบรัด เจ็บใต้กระดูกด้านซ้าย อาจเจ็บร้าวถึงขากรรไกรและแขนซ้าย อาการเจ็บมักจะสัมพันธ์กับการออกกำลังกาย เช่น วิ่งตามรถเมล์ เดินขึ้นสะพานลอย ยกของหนัก ภาวะเครียดจัด อาการเจ็บมักไม่เกิน 15-30นาที อมยาแล้วหายปวด พักแล้วอาการเจ็บจะหาย มีอาการเจ็บไหล่ คอ ขากรรไกร หลัง มีอาการปวดท้องโดยเฉพาะเจ็บหน้าอกร้าวมาบริเวณลิ้นปี่ หายใจติดขัด หายใจไม่ออก เหนื่อย เวียนศีรษะ หน้ามืดจะเป็นลม คลื่นไส้อาเจียน เหงื่อออก หากท่านมีอาการเจ็บหน้าอกและมีอาการดังกล่าวข้างต้นเป็นครั้งแรก ต้องรีบพบแพทย์ หรือมีอาการเจ็บหน้าอกมานานและความรุนแรงไม่ได้เปลี่ยนแปลง อาจจะรับประทานยาที่มีอยู่เดิมและรับคำปรึกษาจากแพทย์ ท่านที่มีอาการเจ็บหน้าอกอยู่ก่อน หากมีอาการดังต่อไปนี้ให้รีบพบแพทย์ เรียกกลุ่มอาการนี้ว่า Unstable Angina
เจ็บครั้งนี้ เจ็บมากกว่าครั้งก่อนๆ
เจ็บครั้งนี้ นานกว่า 20 นาที
เจ็บครั้งนี้ เกิดขณะพัก
เจ็บครั้งนี้ อมยาแล้วไม่หายเจ็บ
เจ็บครั้งนี้ เจ็บมากจนเหงื่อออก เป็นลม หรือหายใจหอบ
สำหรับผู้ป่วยสูงอายุ หรือผู้ป่วยเบาหวานบางรายไม่มีอาการแน่นหน้าอก แต่มาด้วยอาการใจสั่น เป็นลม หรืออาการอื่นๆ ที่พบไม่บ่อย เช่น อาจจะปวดจุกท้องบริเวณลิ้นปี่ หายใจไม่พอ หายใจสั้นๆ กระสับกระส่าย อ่อนเพลีย ใจสั่น เหงื่อออก

แทงบอลออนไลน์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *