รักษาหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองในช่องท้อง 

การตรวจวินิจฉัย หลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง ในช่องท้อง 

  1. ซักประวัติและตรวจร่างกาย
  2. ตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้อง
  3. เอกซเรย์ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ความละเอียดสูงที่ทรวงอกหรือช่องท้อง (256-Slice CT Scan)
  4. การตรวจแคลเซียมและหินปูนที่หลอดเลือดด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ความละเอียดสูง CT 256 Slice (CT Coronary Calcium Score)

รักษาหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองในช่องท้อง 

สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงจากหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองในช่องท้องจำเป็นจะต้องเข้ารับการผ่าตัดโดยเร็วที่สุด เพราะหากหลอดเลือดแดงใหญ่แตกจะเพิ่มอัตราเสี่ยงสูงในการเสียชีวิต โดยการผ่าตัดแบ่งออกเป็น 2 วิธีได้แก่

  1. การผ่าตัดแบบเปิดช่องอกหรือช่องท้อง เป็นการผ่าตัดมาตรฐาน โดยจะขึ้นอยู่กับตำแหน่งของหลอดเลือด ซึ่งแพทย์จะทำการเปิดแผลใหญ่ตั้งแต่ลิ้นปี่จนถึงขาหนีบ จากนั้นใส่หลอดเลือดเทียมแทนหลอดเลือดแดงใหญ่ที่โป่งพอง วิธีนี้จะใช้ในผู้ป่วยที่มีรูปริแตกของหลอดเลือดขนาดใหญ่และเสียเลือดมาก
  2. การผ่าตัดใส่หลอดเลือดเทียมชนิดมีขดลวดถ่างขยายผ่านสายสวน โดยใส่หลอดเลือดเทียมชนิดมีขดลวดถ่างขยายผ่านทางหลอดเลือดแดงที่ขาหนีบเพื่อสอดหลอดเลือดเทียมเข้าไปใส่ซ้อนคร่อมตำแหน่งหลอดเลือดแดงใหญ่ที่โป่งพองในช่องอกหรือช่องท้อง ข้อดีคือ แผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก เจ็บตัวน้อย ฟื้นตัวเร็ว ลดภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น ลดอัตราการเสียชีวิต

วิธีป้องกันโรค

การดูแลป้องกันความเสื่อมของผนังหลอดเลือดไม่ให้เกิดการอักเสบเพิ่มขึ้นและมีไขมันสะสมในผนังหลอดเลือดจะช่วยลดการอักเสบและลดความเสี่ยงหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองในช่องท้อง ได้แก่

  • เลี่ยงอาหารไขมันสูง
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • งดสูบบุหรี่
  • หากเป็นเบาหวานต้องควบคุมระดับน้ำตาลให้ดี
  • ควบคุมไขมันในเลือดและความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • ตรวจเช็กสุขภาพเป็นประจำทุกปี
  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม

หากผู้ป่วยมีอาการปวดท้องรุนแรงและพบว่าเป็นโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองในช่องท้องจำเป็นจะต้องได้รับการผ่าตัดรักษาในโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐาน “โรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองในช่องท้องเป็นโรคที่ต้องทำการผ่าตัดรักษาในห้องผ่าตัดขนาดใหญ่ที่มีอุปกรณ์และเครื่องมือครบถ้วน ซึ่งปัจจุบันโรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพพร้อมให้การผ่าตัดรักษาในทุกรูปแบบเพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้ผู้ป่วยกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีอีกครั้ง และโรคนี้ไม่ได้จำกัดแค่ในคนอายุมาก สำหรับคนอายุน้อยแม้จะเสี่ยงน้อยกว่า แต่หากมีพันธุกรรมคนในครอบครัวเคยเป็น ก็ควรต้องเข้ารับการตรวจเช็กสุขภาพตามคำแนะนำของแพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจ เพื่อจะได้ดูแลรักษาอย่างทันท่วงที”

ป้ายกำกับ:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

สัญญาณอันตราย กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันสัญญาณอันตราย กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน

สัญญาณอันตราย กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน สัญญาณอันตราย […] อ่านต่อ

สุขภาพ