วิจารณ์หนัง เอคโค่ จิ๋วก้องโลก


เรื่องแรกของเมืองไทย “Echo Planet จิ๋วก้องโลก”

สำหรับในประเทศไทยนั้น การ์ตูนอนิเมชั่น ต้องยกให้กับ “ค่ายกันตนา” เพราะประสบผลสำเร็จกับภาพยนตร์เรื่อง “ก้านกล้วย” ทั้งภาค 1 และ ภาค 2 มาแล้ว มาถึงเรื่องนี้ถือว่าเป็นผลงานอันดับที่ 3 ของค่ายนี้ั โดยมีคุณ คมภิญญ์ เข็มกำเนิด ผู้กำกับจากก้านกล้วย มาเป็นเป็นผู้กำกับให้เรื่องนี้ และคุณ คงเดช จาตุรันต์รัศมี เป็นผู้เขียนบทให้ โดยเฉพาะคุณคงเดช นั้นเป็นที่รู้ๆกันว่า ผลงานการแต่งเรื่องและเขียนบทนั้นขั้นเซียนเลยทีเดียว ผลงานการแต่งที่ผ่านมาอย่างเช่นเรื่อง แฮปปี้ เบิร์ธเดย์, กอด, เฉิ่ม, หนู่หิ่น เดอะมูฟวี่, สยิว, เดอะเลตเตอร์ จดหมายรัก ฯลฯ โดยเฉพาะเรื่อง สยิว, กอด และ เฉิ่ม นั้น นอกจากคุณคงเดชจะเป็นคนเขียนบทเองแล้ว ยังเป็นผู้กำกับอีกด้วย ดูจากผลงานการแต่งแล้วจึงรับประกันได้ว่า “Echo Planet” จิ๋วก้องโลก ต้องเป็นภาพยนตร์อนิเมชั่นที่สนุกอย่างแน่นอน สามารถดูได้ที่ ดูหนังออนไลน์

 

ชื่อเต็ม แซมมัวเอล จอห์นสัน จูเนียร์ เขาเป็นเด็กชายชาวอเมริกัน อายุ 12 ปี ผมสีแดง นัยน์ตาสีฟ้า หน้าตกกระ รูปร่างสมส่วน ผิวขาวแบบชาวตะวันตกแต่งตัวแบบเด็กไฮโซอเมริกัน แต่ชุดที่เขาใส่ที่เมืองไทยคือชุดลูกเสือ

แซมเป็นลูกชายคนเดียวของประธานาธิบดี ดื้อ เอาแต่ใจตัวเอง มีความมั่นใจสูงจนมองข้ามคนอื่น ๆ พูดมาก พูดจาแข็งกระด้าง ไม่ฟังใคร ไม่แคร์คนอื่นแสดงออกตรงๆ ไม่เก็บความรู้สึก รักสนุก ชอบการผจญภัยแบบเด็กผู้ชาย แต่ติดความสะดวกสบาย เวลาไปไหนจะมีเครื่องมือเครื่องใช้ที่ทันสมัยติดไปด้วยเสมอ เขาชอบกินฟาสต์ฟู้ด และดื่มคูลคาคูล่าเป็นประจำ

แซมมีพ่อเป็นต้นแบบ แต่พ่อเคร่งครัดกับเขามาก จนเขาประหม่า ค่อนข้างเงียบและทำตัวไม่ถูกเวลาอยู่ต่อหน้าพ่อ แซมไม่ค่อยได้คุยกับพ่อสักเท่าไรนัก เขาสนิทกับแม่มากกว่า เวลาอยู่กับแม่จะพูดมาก และเรียกร้องอะไรต่าง ๆ อยู่เสมอ เพราะแม่เลี้ยงดูแซมแบบตามใจทุกเรื่อง แซมจึงแสดงความเอาแต่ใจกับแม่มากกว่าพ่อ

แซมไม่มีเพื่อนสนิทเขามีเพื่อนร่วมโรงเรียนเป็นกลุ่มเด็กไฮโซด้วยกัน กลุ่มเพื่อนของเขาเป็นพวกชอบดูถูกคนที่ไม่ทันสมัยไฮเทคเหมือนตัวเอง บางครั้งแซมก็พลอยเป็นไปด้วย แซมพยายามที่จะแสดงให้ทุกคนเห็นว่าเขาเป็นคนเก่ง ฉลาด แซมแก้ปัญหาด้วยวิธีแบบเด็กในเมือง ด้วยเทคโนโลยี ซึ่งเป็นภาพสะท้อนแนวความคิดแบบตะวันตก (ลึก ๆ แล้วแซมต้องการพิสูจน์ตัวเองให้พ่อเห็น)

เด็กสาวชาวกะเหรี่ยง คอยาว อายุ 14 ปี ผิวขาวใส น่ารักสมวัย สวมชุดประจำเผ่า (เชวา) สีขาวสะอาด และสวมห่วงคอทองเหลืองตามประเพณี

หน่อวาเป็นคนเข้มแข็งแต่อ่อนไหว บางครั้งดูแข็ง ๆ แบบเด็กผู้ชาย ยังไม่มีจริตแบบสาววัยรุ่น พูดน้อย พูดตรง ใช้คำง่าย ๆ แต่มีความหมายลึกซึ้ง รักธรรมชาติ ร้องเพลงเพราะ มีการเคลื่อนไหวที่นุ่มนวล แต่คล่องแคล่ว และแข็งแรง ภาคภูมิใจกับวิถีชีวิตอันเรียบง่าย และการสืบทอดวัฒนธรรมของชาวกะเหรี่ยง รวมทั้งการสวมห่วงคอทองเหลือง

หน่อวาสืบทอดภูมิปัญญากะเหรี่ยงมาจากย่าและพ่อ ซึ่งทำหน้าที่เป็นหมอยาประจำหมู่บ้าน ที่จะรักษาอาการป่วยของคนไข้ด้วยการปรับสมดุลร่างกาย โดยใช้สมุนไพรนานาชนิด และการจับเส้นเพื่อให้เลือดลมเดินได้สะดวก นอกจากนี้ พ่อของเธอยังสอนศิลปะการต่อสู้ ทำให้เธอเก่งการต่อสู้แบบมือเปล่า และการใช้อาวุธจากสิ่งของรอบตัว

หลายปีก่อน หน่อวามีโอกาสได้เรียนหนังสือกับฝรั่งที่เป็นอาสาสมัครพัฒนาชนบท (ประมาณยูนิเซฟ) ทำให้เธอสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ ขี่จักรยานเป็น เคยชินกับชาวต่างชาติ และเปิดกว้างกับสิ่งใหม่ ๆ หน่อวารักจ่อเป ซึ่งเป็นน้องชายมาก เพราะเมื่อพ่อแม่ตายไปในเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลาก เธอก็คิดว่าไม่เหลือใครอีกแล้ว เธอจึงทุ่มเทตัวเองในการดูแลน้องอย่างเต็มที่ (หน่อวาทำสิ่งต่าง ๆ โดยคิดถึงจ่อเปเป็นหลัก ทั้งเรื่องครอบครัว ความสุขส่วนตัว ฯลฯ)

สำหรับเรื่องย่อของ เอคโค่ จิ๋วก้องโลก ก็มีดังนี้ ณ ใจกลางป่าลึกของเมืองไทย สองพี่น้องชาวกะเหรี่ยง หน่อวา และจ่อเป ได้ช่วยชีวิตแซม ลูกชายประธานาธิบดีแห่งแคปิตัลสเตทไว้จากอุบัติเหตุในป่าหมอก

ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง ภาวะโลกร้อนได้เพิ่มขึ้นจนเกินขีดจำกัด ก่อกำเนิดเป็นปีศาจคลื่นความร้อน B.U.C.T. ที่ขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว และอาละวาดบุกกินพลังงานเป็นอาหาร สร้างความเสียหายให้กับเมืองใหญ่ๆทั่วโลก

ในที่สุดผู้นำโลกจึงประชุมกัน และมีมติให้ดำเนินโครงการ Cool Bomb เพื่อขจัด B.U.C.T. ให้สิ้นซากไป แต่จะมีใครบอกได้ว่า นี่จะเป็นวิธีช่วยโลกได้อย่างแท้จริง? คงมีเพียงจ่อเปเท่านั้นที่รับรู้ได้ถึงเสียงเรียกของธรรมชาติ ซึ่งบอกกับเขาว่า เทคโนโลยีไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง วิธีเดียวที่จะช่วยให้โลกรอดพ้นจากมหันตภัยครั้งนี้ได้ก็คือ การหยุดใช้พลังงานทุกอย่าง

ดูจากงานอนิเมชั่นแล้ว ถือว่าทีมงานทีมนี้เก่งมากๆ เนื้อเรื่องก็ดี เกี่ยวกับเรื่องของ “โลกร้อน” ปัญญาที่ทำให้ โลกร้อน และเราควรแก้ไขอย่างไร เนื้อเรื่องมีการสอดแทรกมุกตลกแบบเนียนๆ อยู่ตลอดเวลาทำให้ดูแล้วไม่น่าเบื่อ ยิ่งเด็กๆ เบื่อง่ายอยู่ด้วย เจอแบบนี้เข้าไปหัวเราะตลอด มีการสะท้อนให้เห็นถึงการแก้ปัญหา ระหว่างการผูกจิตกับต้นไม้ กับการแก้ปัญหาในเชิงวิทยาศาสตร์ ซึ่งผลที่ออกมานั้นจะแตกต่างกันและจะทำให้ส่งผลที่เกิดขึ้นที่ไม่เหมือนกัน

+ There are no comments

Add yours