วิธีออกแบบบ้าน อย่างไร ไม่ให้คนอยู่เจ็บไข้ได้ป่วย

นอกจากบ้านจะเป็น ที่พักอาศัย แล้ว บ้านที่ดีต่อสุขภาพยังเป็นเรื่องสำคัญสำหรับทุกคน บ้านอยู่แล้วมีความสุขไม่มี มลภาวะ หรือมีแหล่งทำให้เกิดโรคภัย ย่อมทำให้ผู้พักอาศัยมีความสุขกายสบายใจ ไม่มี มลภาวะ ดังนั้นการออกแบบบ้านที่ดีเอื้อต่อสุขภาพจึงมีความสำคัญ  และเหล่านี้คือไอเดียการออกแบบบ้านตามมุมต่างๆ ให้เหมาะสม ทำให้บ้านเป็นบ้านที่ดีต่อสุขภาพ

1.บริเวณห้องนั่งเล่น ห้องดูทีวี ห้องทำงาน หรือพื้นที่ๆ เราต้องใช้สายตามากๆ สิ่งสำคัญคือในบริเวณเหล่านั้นต้องมีแสงสว่างอย่างเพียงพอและทั่วถึง เพราะในพื้นที่เหล่านี้หากแสงสว่างน้อยเกินไป จะส่งผลต่อสายตาทำให้เกิดความล้า ไม่สบายดวงตาและอาจส่งผลไปสู่อาการอื่นๆ ดังนั้นบริเวณด้านหลังของทีวี หรือโต๊ะทำงานควรเป็นผนังทึบ และหากบริเวณนั้นมีแสงน้อยอาจเพิ่มแสงสว่างเฉพาะจุด

2.สกายไลต์ กระจกบานใหญ่ บานเกล็ด บล็อกแก้ว วัสดุเหล่านี้สามารถใช้เพิ่มแสงสว่างให้กับบริเวณทางเดินมืดๆ หรือโถงกลางบ้านที่แสงสว่างจากภายนอกส่องเข้าไม่ถึง

3.ห้องไหนที่เราใช้เวลาในแต่ละวันนานๆ เช่นห้องนอน ห้องนั่งเล่น ออกแบบบริเวณบ้าน ควรคำนึงถึงการเลือกสีที่เหมาะสม และสีที่เหมาะสมคือสีโทนอ่อนแบบสบายตา ซึ่งมีทั้งเฉดพาสเทล เอิร์ธโทน โดยควรให้ความสำคัญกับประเภทของสีเช่นควรเป็นสีน้ำอะคริลิก หรือสีที่ไม่สร้างมลพิษภายในบ้าน

4.บ้านที่ตั้งอยู่ในย่านชุมชน ใกล้ถนนมีเสียงดังรบกวน อาจออกแบบให้ผนังบ้านมีความหนากว่าบ้านทั่วไป หรือใช้แผ่นดูดซับเสียง รวมไปถึงการใช้ผ้าเป็นวัสดุในการตกแต่งบ้านก็ช่วยลดเสียงจากภายนอกเข้าสู่ตัวบ้านได้

5.เพิ่มเสียงธรรมชาติเช่นเสียงน้ำ เสียงนก ฯลฯ ให้กับพื้นที่ต่างๆ ภายในบ้าน จะทำให้บ้านน่าอยู่ยิ่งขึ้น โดยคุณอาจเลือกบริเวณที่คุณใช้เวลาสำหรับนั่งพักผ่อนในบ้านเป็นที่ตั้งของสิ่งเหล่านี้

6.กลิ่นยังเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากเรื่องของรูป เสียงแล้ว เรื่องกลิ่นยังเป็นสิ่งสำคัญ เพราะภายในบ้านอาจมีกลิ่นจากทั้งการปรุงอาหาร กลิ่นจากห้องน้ำ หากทำให้บ้านไร้กลิ่นหรือมีกลิ่นหอมจากของจากธรรมชาติ ทั้งน้ำมันหอมระเหย กลิ่นจากมะกรูด อาจจะวางไว้กลางบ้าน ห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น หรือในห้องน้ำก็ยังได้

7.การตกแต่งบ้านแบบเรียบๆ ไม่ซับซ้อน รวมถึงการเลือกวัสดุที่เหมาะสมเช่นผ้าสังเคราะห์ หนัง แทนผืนผ้าที่อมฝุ่นได้ง่ายอย่างผ้าฝ้ายก็ช่วยทำให้บ้านไม่เป็นที่สะสมของฝุ่นและเชื้อโรค

8.บ้านเย็นด้วยต้นไม้ และวัสดุที่ทำจากธรรมชาติ เช่นกระเบื้องดินเผา กระเบื้องแกรนิต รวมไปถึงการเปิดช่องไปสู่แสงและลมจากธรรมชาติ

ในปัจจุบันด้วยข้อจำกัดของพื้นที่ รวมทั้งไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไป หลายๆ ครอบครัวนำครัวเข้ามาไว้ภายในบ้าน หรือคอนโดมิเนียม แต่สำหรับในเมืองไทยครัวในลักษณะที่อยู่ห้อง หรือในบ้านอาจจะทำให้ไม่สะดวกต่อการทำอาหารเมนูแบบทำหนักๆ จริงจัง เช่นอาหารไทยส่วนมากใช้เครื่องปรุงกลิ่นแรง หรือการทำอาหารบางอย่างก็ต้องผัด ทอดทำให้เกิดกลิ่นติดอยู่ภายในบ้าน แล้วจะแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างไร

ติดตั้งเครื่องดูดควัน

แม้เครื่องดูดควันจะไม่ได้ช่วยกำจัดกลิ่นอาหาร แต่ในระหว่างการปรุงอาหารเครื่องดูดควันก็ไม่ทำให้ควันฟุ้งไปทั่วบ้าน ซึ่งควันเป็นสาเหตุของปัญหาคราบน้ำมันเกาะตามผนังและเฟอร์นิเจอร์ได้ด้วย

หลีกเลี่ยงเมนูผัดหรือทอดไฟแรง

เมนูอาหารบางชนิดทำให้เกิดน้ำมันกระเด็นเวลาปรุง รวมทั้งควันยังเยอะจนเครื่องดูดควันไม่สามารถช่วยได้ ดังนั้นหากอยากทานอาหารประเภทผัดผักบุ้งไฟแดง ไก่ทอด ควรใช้เตาแม่เหล็กไฟฟ้าและนำไปทำนอกบ้าน ซึ่งไม่ทำให้ควันอบอวลอยู่ในบ้าน

ควรเปิดหน้าต่างระบายอากาศเวลาปรุงอาหาร

การเปิดหน้าต่าง บานเกล็ด ประตูต่างๆ จะช่วยให้อากาศถ่ายเทได้เป็นอย่างดี แต่ไม่ควรเปิดแอร์ระหว่างทำอาหารเพราะกลิ่นจะยิ่งเกาะติด แถมเปลืองไฟมากขึ้นอีกด้วย

อย่าติดม่านใกล้บริเวณทำอาหาร

การติดม่านไว้ใกล้บริเวณทำอาหารจะทำให้กลิ่นของอาหารติดม่านเหล่านั้นได้ง่าย และถ้าไม่ได้ทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ กลิ่นเหม็นนั้นจะติดแน่นยิ่งขึ้น

ป้ายกำกับ:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *