สัญญาณเตือน! เล็บบอกโรค

เล็บที่มีสุขภาพดี คือ เล็บที่มีสีออกชมพูจางๆ จากสีผิวของเนื้อข้างใต้เล็บ พื้นผิวเล็บเรียบ ผิวหนังรอบเล็บมีความแข็งแรงไม่ถอยร่น และเล็บมีความหนาไม่มากและไม่น้อยจนเกินไป ถ้าเล็บมีความแตกต่างไปนอกเหนือจากที่กล่าวแล้วอาจเป็นเล็บที่ไม่ปกติ และอาจเป็นสัญญาณเตือนของความผิดปกติในร่างกาย

เล็บที่ผิดปกติ หรือ เล็บที่มีสุขภาพดี ไม่ได้ เกิดได้จากหลายสาเหตุ คือ อาจเกิดจากการติดเชื้อ สารเคมีระคายเคือง การกระแทก มะเร็ง หรือเกิดจากโรคทางกายอื่นๆ อย่างไรก็ตามในบางครั้ง เล็บที่ผิดปกติอาจเกิดขึ้นเองโดยไม่มีสาเหตุได้เช่นกัน ซึ่งเราสามารถสังเกตลักษณะของเล็บได้ง่ายๆ ดังนี้
ความหนา-บางผิดปกติ

เล็บที่หนามากผิดปกติ มีหลายโรคที่เป็นสาเหตุ เช่น เชื้อราที่เล็บ ซึ่งนอกจากเล็บจะหนาขึ้นแล้ว เล็บอาจมีสีเปลี่ยนแปลงร่วมด้วยเป็นสีเหลืองหรือขาวหรือดำ ผิวเล็บอาจมีความขรุขระร่วมด้วย นอกจากนี้ โรคสะเก็ดเงิน ก็อาจจะมีเล็บหนาได้ แต่ต่างกับเชื้อราที่โรคสะเก็ดเงินมักจะมีอาการเล็บหนาหลายๆเล็บ ตรงข้ามกับโรคเชื้อราที่มักเป็นไม่กี่เล็บ

เล็บเว้าลงจนคล้ายรูปช้อน (Spoon nails หรือ koilonychia) เล็บจะมีลักษณะขาวซีด อ่อน แบนบาง และแอ่นคล้ายช้อน พบในโรคเลือดจางจากการขาดธาตุเหล็ก
ในคนสูงอายุอาจมีเล็บที่บางและเปราะแตกง่ายบริเวณปลายเล็บ บางทีเล็บก็จะโค้งไปตามอายุด้วย ซึ่งเมื่อเป็นมากๆ เล็บจะจิกไปในเนื้อได้ง่ายขึ้น และอาจเกิดช่องใต้เล็บขึ้นมา ซึ่งทำให้เชื้อโรคต่างๆ เข้าได้ง่ายขึ้น

เล็บที่มีพื้นผิวขรุขระ
ผิวเล็บอาจเป็นหลุมเล็กๆ ถ้าเป็นหลายเล็บ อาจบ่งบอกถึงโรคสะเก็ดเงิน ผิวหนังอักเสบ รวมทั้ง ผมร่วงเป็นหย่อมๆ และอาจพบได้ในเด็กบางคนโดยไม่มีสาเหตุ
เล็บเป็นร่องลึกตามแนวขวาง ที่เรียกว่า Beau’s lines เกิดขึ้นได้จาก การเจริญเติบโตของเล็บถูกรบกวนจากอาการบาดเจ็บหรืออาการเจ็บป่วยร้ายแรง เช่น การมีไข้สูง การผ่าตัด
ในคนสูงอายุ เล็บจะเป็นเส้นที่ขนานๆกัน ดูเป็นระเบียบ และเป็นเหมือนๆ กันแทบทุกเล็บ ลักษณะเหล่านี้เปรียบเหมือนริ้วรอย หรือ ความเหี่ยวย่นของเล็บนั่นเอง

ผิวหนังรอบเล็บบวมแดง
เล็บเป็นสิ่งที่บ่งบอกของลักษณะนิสัยบางอย่างได้ เช่น ในคนที่ขยันมากๆ ทำงานบ้านตลอดเวลา สัมผัสกับน้ำบ่อยๆ หรือในบางอาชีพ เช่น เป็นช่างทำผม จะเกิดการระคายเคืองบริเวณเล็บได้ง่าย เช่น จากสารเคมี น้ำยาล้างจาน น้ำยาทำความสะอาดบ้าน ทำให้ผิวหนังรอบเล็บหรือจมูกเล็บมีการเปื่อยยุ่ย บวมแดง ลักษณะนี้ไม่ใช่เชื้อรา ต้นเหตุจริงๆคือการอักเสบของโคนเล็บ แต่หากเป็นต่อเนื่องนานๆในบางครั้งอาจเกิดการติดเชื้อราตามมาได้เช่นกัน นอกจากนี้ในผู้ป่วยบางราย อาจมีการติดเชื้อแบคทีเรียบริเวณผิวหนังที่อ่อนแอนี้ ทำให้ผิวหนังรอบเล็บบวมแดงปวดและมีหนองร่วมด้วย อาการบวมแดงมักเป็นมาไม่นานซึ่งต่างจากคนที่มีผิวหนังรอบเล็บบวมจากการระคายเคืองของสารเคมีซึ่งจะมีประวัติเป็นมานานกว่า อ่านเพิ่มเติม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *