Work-Life Balance สร้างอย่างไร?

Work-Life Balance สร้างอย่างไร?

โดยส่วนใหญ่การปรับ Work-Life Balance มักเป็นการพูดถึงวิธีหาสมดุล จุดกึ่งกลาง และเส้นแบ่งของงานกับชีวิตส่วนตัวอย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้เราใช้ชีวิตเทไปด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไป ซึ่งอาจทำได้ดังนี้

1. ตั้งเป้าหมายในแต่ละวัน

การทำงานที่มีปริมาณหรือรายละเอียดเยอะที่มาก ๆ อาจทำให้เราทำงานต่อเนื่องกันไปจนหลงลืมเวลา ทั้งงานเก่างานใหม่ปนเปกันจนไม่มีเวลาให้กับตัวเอง ดังนั้นการตั้งเป้าหมายและสร้างลิสต์งานที่ต้องทำในแต่ละวันอาจช่วยจัดการเวลาได้ดีขึ้น

2. เรียนรู้ที่จะปฏิเสธและต่อรอง

แม้ว่าการเป็นคนเอาการเอางานจะแสดงถึงความรับผิดชอบและมีน้ำใจ แต่หากไม่เรียนรู้ที่จะปฏิเสธงานที่ถูกไหว้วานหรืองานที่ไม่ใช่หน้าที่ของตัวเอง ทั้งที่งานยังล้นมืออยู่ก็อาจทำงานเหล่านั้นออกมาไม่ดี ซึ่งไม่เพียงส่งผลต่อคุณภาพของงานเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อชีวิตส่วนตัวด้วย

ถึงแม้ว่าคุณเป็นคนทำงานดีและเต็มใจที่จะทำงาน แต่การขอความช่วยเหลือจากหัวหน้าและเพื่อนร่วมงานเพื่อแบ่งเบาภาระงานออกไปบ้างก็ไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป เพราะจะช่วยให้คุณโฟกัสกับคุณภาพงานได้มากขึ้น นอกจากเรื่องปริมาณงานแล้วคุณอาจพูดคุยถึงเรื่อง ๆ ที่ต้องการตกลงเพื่อสร้าง Work-Life Balance ที่ดี อย่างเวลาเข้าทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น หรือความต้องการอื่น ๆ ที่จะช่วยรักษาสมดุลระหว่างงานกับชีวิต และไม่ส่งผลต่อคุณภาพของงาน

3. เคารพเวลาพักผ่อนของตัวเอง

คนจำนวนไม่น้อยที่ต้อง แบกงาน กลับมาทำที่บ้านหรือแม้แต่ในวันหยุด บ้างก็ต้องคอยรับโทรศัพท์กลางดึก ซึ่งสิ่งเหล่านี้รบกวน เวลาพักผ่อน แถมยังบั่นทอนจิตใจ ดังนั้น เมื่อถึงเวลาพักผ่อน ควรหยุดคิดถึงเรื่องงาน ไม่นำงานกลับมาทำที่บ้าน ปิดโทรศัพท์มือถือ และใช้เวลาเหล่านั้นพักผ่อนเพื่อเป็นรางวัลให้กับความอดทนและตั้งใจในแต่ละวัน

4. ใส่ใจกับตัวเองมากขึ้น

การจะฝ่าฟันอุปสรรคจากในการทำงานไปให้ได้อาจต้องอาศัยทั้งแรงกายและแรงใจ การใส่ใจกับตัวเอง ไม่ว่าจะทางร่างกายหรือจิตใจก็ล้วนสำคัญ ดังนั้น ควรแบ่งเวลาสำหรับการดูแลตนเอง เช่น ออกกำลังกาย กินอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ และทำกิจกรรมที่ชื่นชอบเพื่อ ผ่อนคลายความเครียด สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ร่างกายและจิตใจแข็งแรง พร้อมสำหรับการทำงานและการใช้ชีวิต

5. ใช้เวลากับคนรอบตัวให้มากขึ้น

หลายครั้งที่เราทำงานจนหลงลืมการให้ความสำคัญกับคนรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อนฝูง หรือคนรัก ทั้งที่คนเหล่านี้อาจเป็นแรงผลักดันและพลังงานบวกในชีวิตของเรา ซึ่งแน่นอนว่าการแบ่งเวลาให้กับคนรอบตัวย่อมส่งผลดีต่อความสัมพันธ์ และช่วยบรรเทาความเครียด ความทุกข์ในจิตใจของเราได้ด้วย หากพอมีเวลาว่างจากงาน การใช้เวลากับคนที่เรารักจึงเป็นหนึ่งสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ

อย่างไรก็ตาม การ Work-Life Balance ไม่มีสูตรสำเร็จหรือวิธีการที่แน่นอน แนวคิดนี้สามารถปรับได้ตามความพอใจหรือเหมาะสมในแต่ละคน

สุดท้ายนี้ ไม่ว่าคุณจะรักงานของคุณแค่ไหน ร่างกายของคุณก็ยังคงต้องการการพักผ่อนอยู่เสมอ ดังนั้นอย่าฝืนตนเองมากเกินไป และอย่าละเลยเสียงเรียกร้องอันเหนื่อยล้าของร่างกาย หมั่นรักษาสุขภาพที่ดีอยู่เสมอ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถทำงานที่คุณรักต่อไปได้อย่างเต็มที่

ป้ายกำกับ:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *